ภาพเก่าเล่าตำนาน : ชะตาชีวิตของ…พริโกซิน

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ชะตาชีวิตของ…พริโกซิน

24 กุมภาพันธ์ 2565 บังเกิดข่าวกระหึ่มไปทั่วโลก ปรากฏภาพขุมกำลังกองทัพรัสเซียนับหมื่น “รุก” เข้าสู่ทางตะวันออกของประเทศยูเครน …เทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ ทำให้ชาวโลกเห็นภาพและเสียงการศึกสงคราม…มีการคาดเดาเหตุผลกันไปร้อยแปด

ทิศทางเข้าตีหลัก …กองทัพรัสเซียรุกเข้าสู่ยูเครนทางทิศตะวันออก กว้างด้านหน้าของกองทัพยานยนต์ยาวนับร้อยกิโลเมตร ยูเครนตั้งตัวไม่ทัน หากแต่พอจะยับยั้งการเคลื่อนที่ไว้ได้บ้าง สู้ยิบตา บ้านเมืองแหลกพินาศ ประชาชนรับเคราะห์อพยพหนีตาย

อีกราว 2 สัปดาห์ต่อมา… ขบวนรถถัง ยานยนต์ อาวุธหนัก ทหารของฝ่ายรัสเซีย ทะยานพุ่งออกจากประเทศเบลารุส (อยู่ทางเหนือของยูเครน – ยอมให้รัสเซียใช้ดินแดน) มุ่งหมายเข้า “กรุงเคียฟ” เมืองหลวงของยูเครนที่แสนจะสวยงาม

Advertisement

กองทัพหมีขาว…เปิดแนวรบที่ 2 รุกจากเหนือลงใต้

ดาวเทียมของอังกฤษ อเมริกา และมหาอำนาจทั้งหลาย ถ่ายภาพมาได้ แพร่ไปทั่วโลก ท่ามกลางความมึนงง วิเคราะห์ ตีความกันอื้ออึงไปหมด …ยูเครนร่อแร่ อเมริกาและพันธมิตรกระโดดเข้าช่วย

ประธานาธิบดีหนุ่มของยูเครน นามว่า เซเลนสกี ปรากฏตัวต่อชาวโลกด้วยเครื่องแต่งกาย “เสื้อยืดสีเขียว” ใบหน้าปกคลุมด้วยหนวดเครา สีหน้าเครียดตลอดเวลา แต่ยังดำรงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง ปลุกใจชาวยูเครนให้จับอาวุธที่มีอยู่…ออกมาสู้กับกองทัพหมีขาว

ปูติน ที่กุมอำนาจสูงสุด ให้โฆษกมาแถลงข่าวว่า “นี่ไม่ใช่สงคราม” ..แต่ “เป็นการปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”

ศพของทหาร-พลเรือนชาวยูเครน และของกองทัพรัสเซียเกลื่อนเมือง เป็นความน่าเวทนาที่ไม่มีใครช่วยได้ องค์กรระหว่างประเทศ สหประชาชาติ สหภาพยุโรป นาโต แม้กระทั่งพระสันตะปาปา ยังต้องออกมาร้องขอ ผู้นำประเทศบิ๊กเบิ้มเดินทางไปพบปูติน…ล้วนแล้วแต่ “ไร้ผล” สงครามยิ่งดุเดือด ขยายพื้นที่ มีอาวุธแบบใหม่ๆ ออกมาปรากฏต่อสายตาชาวโลก มีคำขู่เรื่องอาวุธนิวเคลียร์

เริ่มมีการพูดถึง “ทหารรับจ้าง” (Mercenary) ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก…อ้าวเฮ้ย..มีด้วยรึ เค้ารบยังไง ใครจ้าง

เรื่องนี้อาจจะแปลกใหม่ต่อการรับรู้ …หากแต่ “ทหารรับจ้าง” ที่กำเนิด-เกิดมานานแล้ว นักรบเดนตายเหล่านี้ไม่มีสังกัด ทำตามคำสั่งผู้จ่ายเงินค่าจ้าง ไม่ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์ โดยมากเป็นทหารมาก่อน หากแต่สมัครใจ ต้องการ “ไปรบเพื่อเงิน” บาดเจ็บ ตาย ก็ไม่ต้องมาทำพิธี…

หลายประเทศในยุโรปใช้ระบบนี้มาก่อนแล้ว มหาอำนาจทั้งหลายจะนำชนพื้นเมืองในอาณานิคมมาฝึก บรรจุลงในหน่วย มอบภารกิจ เข้าทำการรบ …ที่สำคัญคือ ราคาของชีวิตแสนถูก

อเมริกาก็ใช้ระบบ “ทหารรับจ้าง” ทำหน้าที่เป็นหน่วย รปภ.เอกชนมานานแล้ว ในช่วงทำสงครามในอัฟกานิสถาน ในอิรัก บริษัทที่มีชื่อเสียง คือบริษัทแบล๊กวอเตอร์ (Blackwater) ส่วนใหญ่เป็นทหารที่ปลดประจำการแล้ว ยังมีประสิทธิภาพ มีความรู้ เช่น เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเก็บกู้ระเบิด ใช้อาวุธที่เทคโนโลยีขั้นสูง

บริษัทวากเนอร์ (Wagner Group) ของรัสเซีย ถูกปลุกให้ฟื้นขึ้นมาโดยกลาโหมรัสเซีย ไปหาชายหนุ่มทั้งหลายมาจาก “คุก”

หมูไป-ไก่มา …ใครที่สมัครไปรบในยูเครนในระยะเวลาหนึ่ง ถ้าไม่ตาย จะได้รับสิทธิลดหย่อน หรือปลดปล่อยให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ออกจากคุก …มีนักโทษมารับการฝึกเป็นทหารรับจ้างมากพอสมควร

ทหารรับจ้างของบริษัทวากเนอร์ มีภารกิจชัดเจน คือ เข้าไปทำสงครามในยูเครน มีผู้บังคับหน่วยสูงสุด (เจ้าของบริษัท) ชื่อ พริโกซิน (Yevgeny Prigozhin) มีกำลังพลนับหมื่น มีอาวุธ ยานพาหนะ มีเงินค่าจ้างแบบ “เร้าใจ” เป็นภารกิจ “เดนตาย” ที่ไม่ต้องพะวง เพราะพวกแกรับเงินค่าจ้าง

ความโหดของสงครามในยูเครน คือ ความหนาวเย็นที่ฆ่าได้ทุกชีวิต ทหารรับจ้างของวากเนอร์แบกรับความลำบากไปเต็มๆ ในขณะที่ “ทหารหลัก” จะเป็นผู้สั่งการ ส่งกำลังบำรุง

สงครามผ่านไปราว 1 ปีเศษ… มีชายวัยกลางคนออกมาพูดตำหนิต่อหน้ากลุ่มทหาร วิจารณ์การทำงานของกลาโหมรัสเซียในเรื่องการส่งกำลังบำรุง (Logistics) อาวุธ กระสุน อาหาร น้ำมัน ฯลฯ ชาวโลกเริ่มรู้จักนายพริโกซิน

ข่าวการกินแหนงแคลงใจ ไม่พอใจ จากพริโกซิน เริ่มดังและถี่ขึ้น ในขณะที่การสู้รบดุเดือด ชิงเมืองบัคมุท (Bakhmut) ที่เลือดนองแผ่นดิน ทหารรับจ้างวากเนอร์คือตัวแสดงหลัก

พริโกซิน ที่มีอดีตเป็น “พ่อครัว” ที่ใกล้ชิด เป็นที่ไว้วางใจที่สุดเรื่องการทำอาหารของปูติน ผันตัวมาเป็นแม่ทัพทหารรับจ้างวากเนอร์ เริ่มขู่คำรามว่าจะถอนตัวจากสงคราม

กลาโหมรัสเซียออกมาแถลงกลบเกลื่อน รีบแก้ปัญหาเร่งด่วน หากแต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ทหารยังอดอยาก หิวโหย เงินไม่มา

กลางเดือนมิถุนายน 2566 แม่ทัพพริโกซิน ผู้กุมกำลังรบ “ฉุนขาด” สั่งทหารเดนตาย “กลับหลังหัน” เพื่อรุกเข้าสู่เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอนทางตอนใต้ของรัสเซีย (ที่อยู่ชายแดนของยูเครน) แสดงท่าทีชัดเจนว่าเป็นปรปักษ์กับมอสโก …นึกไม่ถึง…ชาวเมืองนี้ออกมาต้อนรับ ชื่นชมทหารของวากเนอร์ มอบอาหาร เครื่องดื่มให้เอิกเกริก เพราะไม่ชอบหน้าปูติน

กลุ่มประเทศที่ชิงชังปูติน ต่างออกมาแซ่ซ้องสรรเสริญยุให้พริโกซินบุกเข้าไปมอสโกเพื่อโค่นปูติน กองทัพของทหารรับจ้างที่โกรธจัด ตั้งขบวนเตรียมรุกเข้ามอสโก เหลือระยะทางอีกเพียง 200 กม.

ชาวโลกลุ้นกันตัวโก่ง…พริโกซินนี่แหละเว้ย คือผู้ที่จะเปลี่ยนสถานการณ์โลก ในขณะที่ปูตินออกมาแถลงว่า…นี่คือการก่อกบฏ

กำลังของทหารวากเนอร์จ่อจะเข้ามอสโก

อีกไม่กี่ชั่วโมง…มีข่าวว่ากองทัพม้าเหล็ก “หยุดการเคลื่อนที่”

ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผมขาว ปรากฏตัวหน้าจอโทรทัศน์ ชื่อ ลูกาเซนโก ประธานาธิบดีของเบลารุส เพื่อนสนิทของพริโกซิน โทรมากล่อมพริโกซินให้ “ยกเลิก” การบุกมอสโก

ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ พยายามเช็กข่าวจริง-เท็จ …พริโกซิน ผู้กลายเป็น “เสี้ยนหนาม” ของมอสโกทำอะไร อยู่ที่ไหน ยอมแพ้แล้วหรือ ทำไมมันจบง่ายๆ?

พริโกซิน หายไปจากจอเรดาร์ราว 7 วัน มีภาพไปปรากฏตัวในกรุงมินสค์ เมืองหลวงของเบลารุส ภายใต้การดูแลอย่างอบอุ่น ของประธานาธิบดีลูกาเซนโก ผู้เกลี้ยกล่อมให้ยกเลิกการกบฏ

ว่างเว้นไปอีกหลายวัน…มีข่าวว่าพริโกซินบิน “ไปพบกับปูติน” เพื่อเคลียร์ใจกัน เลิกแล้วต่อกัน หันมาร่วมมือกันต่อไป

คอข่าว ผู้ติดตามเหตุสงครามต่างออกมาพยากรณ์ว่า…นี่มันละครลวงโลก น่าจะต้องต้องมีการชำระแค้นแน่ๆ …ตามสไตล์มอสโก …ว่าแต่ว่า…จะเมื่อไหร่? ปูตินไม่เคยให้อภัยศัตรู

สื่อใหญ่ระดับโลก “ไม่เชื่อ” ว่าจะจบกันแบบง่ายๆ ปูตินน่าจะรอจังหวะเพื่อจัดการ “ปลาตัวใหญ่”

มีข่าวว่า ปูติน มอบภารกิจเพิ่มให้วากเนอร์อีก โดยจ้างให้นำทหารไปทำสงครามในแอฟริกาเพื่อผลประโยชน์ของรัสเซีย นี่คือข้อดีของทหารรับจ้าง คือ อ่อนตัว คล่องแคล่ว ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ไม่ต้องสวนสนามอำลา

ผู้คนทั้งหลายในเมืองไทยลืมเรื่องของสงครามในยูเครนไปสนิท (เพราะกำลังจะเลือกตั้ง) มีแต่ข่าวใช้โดรนนิรนาม ไม่รู้ว่าของใครถล่มกันไป-มา ชาวยูเครนหนีออกนอกประเทศไปกว่า 10 ล้านคน มาอยู่แถวภูเก็ต พัทยา ก็เยอะทั้งรัสเซียและยูเครน

ช่วงเช้า 24 สิงหาคม 2566 มีข่าวด่วน…เครื่องบินส่วนตัวที่มีผู้โดยสารชื่อ พริโกซิน บึ้มกลางอากาศ พุ่งหัวลงพื้นโลกในรัสเซีย ตายหมดยกลำ 10 คน เครื่องบินแอมแบรร์ (Embraer) ลำนี้บินขึ้นจากมอสโกจะไปนครเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก

ไม่มีสำนักข่าวใด “กล้ายืนยัน” ว่า พริโกซินเสียชีวิต เพราะอาจจะเป็นชื่อคนที่บังเอิญซ้ำกันรึเปล่า มีทั้งคนชอบและชังปะปนกันไป ในเวลาเดียวกัน เรื่องคอขาดบาดตายในดินแดนรัสเซีย มักจะเป็นเรื่องลวง 3 ชั้น หลอกให้ผู้คนหลงทิศหลงทางเสมอ

คนรัสเซียทราบดีว่า…บ้านเกิดของตน มีแต่เรื่องลึกลับ

วันรุ่งขึ้น…ทีมงานเข้าไปที่ซากเครื่องบิน นำศพไปพิสูจน์ ไม่มีแถลงการณ์จากทางการมอสโก บรรยากาศอึมครึม เพราะแม่ทัพคนนี้ คือคนสำคัญ ที่เคยก่อกบฏหยามเกียรติของผู้นำรัสเซีย

ปูติน ออกมาพูดแสดงความเสียใจ และทางการยืนยันว่าเป็นร่างของผู้นำกลุ่มวากเนอร์จริง

ผู้นำโลกตะวันตก ไม่กล้าชี้นิ้วไปที่ใคร ได้แต่กล่าวเชิงกระทบกระทั่ง เลียบๆ เคียงๆ ว่าปูตินอยู่เบื้องหลังเหตุเครื่องบินตกเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสาร 7 คน รวมทั้งพริโกซินและอุตคิน ผู้เป็นรองของพริโกซิน และลูกเรือ 3 คน

ทหารรับจ้างวากเนอร์ เห็นพ้อง…กล่าวหาว่าขีปนาวุธของรัสเซียได้ยิงเครื่องบินตก โกรธแค้น
ปูตินและเจ้าหน้าที่รัสเซียและกำลังขู่ว่าจะดำเนินการตอบโต้มอสโก

การเสียชีวิตแบบเป็นปริศนา ทำให้กระจ่างว่า กลุ่มวากเนอร์ ซึ่งมีพริโกซินเป็นแม่ทัพ คือกองกำลังที่สำคัญสำหรับรัสเซียในการสร้างอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ เสมือนเป็น “กำปั้นเหล็ก” ไปทำสงครามในหลายพื้นที่ของโลก

เป็นหน่วยงานกึ่งทหารไร้สังกัด ที่ไม่สามารถตำหนิรัสเซียได้

ธุรกิจของวากเนอร์ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในแอฟริกา โดยเฉพาะในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ลิเบีย มาลี และซูดาน กำลังรบกึ่งพ่อค้าเข้าควบคุมทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ สร้างความมั่งคั่งให้มอสโกมานานแล้ว

การก่อกบฏของวากเนอร์ในเดือนมิถุนายน 2566 ยังส่งผลให้ปูตินปลด จับกุมนายพลซูโรวิคิน (Sergei Surovikin) ออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังการบินและอวกาศรัสเซีย ด้วยข้อหา “สมคบคิด” กับพริโกซิน

นักวิชาการทั้งหลายเชื่อมั่นว่า ปูติน ยังคงต้องใช้รูปแบบทหารรับจ้างทำงานต่อไป เนื่องจากลงทุนน้อย-กำไรมาก

30 สิงหาคม 2566 บริษัททหารรับจ้างวากเนอร์ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการจัดพิธีศพของนายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำวากเนอร์

พิธีการทั้งหมด “จัดเป็นการภายใน” ที่บ้านเกิดของพริโกซิน ในเขตชานเมืองเซนต์ปีเตอส์เบิร์ก ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา…

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image