จีน-อินเดียร่วมมือกัน เป็นประโยชน์ต่อเอเชียและต่อโลก : โดย ทิวสน

ในขณะที่เกาหลีหลีเหนือและเกาหลีใต้กำลังพบปะกันฉันพี่น้องชาติเดียวกัน ทางนายกรัฐมนตรีโมดีแห่งอินเดียก็ได้รับเชิญให้ไปเยือนพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างไม่เป็นทางการระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน โดยสำนักข่าวซินหัวได้มีบทรายงานดังนี้

ผู้นำของสองประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างซึมลึกและรอบด้านเกี่ยวกับปัญหาระหว่างประเทศที่สำคัญๆ โดยสี จิ้นผิง ได้กล่าวว่า ใน 3 ปีกว่าที่แล้วมา ข้าพเจ้าและท่านนายกฯได้มีการเยี่ยมเยือนซึ่งกันและกัน อีกทั้งได้พบหน้ากันในโอกาสและสถานที่หลายครั้งหลายแห่ง ซึ่งได้บรรลุซึ่งการรับรู้อันสำคัญมากมาย ร่วมกันนำพาความสัมพันธ์จีน-อินเดียให้รักษาอยู่ในภาวะที่มีการพัฒนาที่ดี

ทั้งสองฝ่ายได้สถาปนาความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนที่การพัฒนาอันแนบแน่น การแลกเปลี่ยนและการร่วมมือในมิติต่างๆ ได้มีความคืบหน้าเป็นบวก ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่ายกำลังพัฒนาไปข้างหน้าในระดับสูงยิ่งขึ้น

สี จิ้นผิง ได้เน้นว่า ในปัจจุบัน สถานการณ์โลกกำลังอยู่ในช่วงที่เป็นปมเงื่อนอันสำคัญแห่งการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงและการปรับขบวน การติดต่อสัมพันธ์และการพึ่งพาอาศัยของประเทศต่างๆ นับวันซึมลึกยิ่งขึ้น สันติภาพและการพัฒนาอันเป็นแนวโน้มใหญ่นั้นไม่อาจโยกย้อนหันเหไปได้

จีนและอินเดียในฐานะประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดและเป็นองคาพยพทางเศรษฐกิจที่มีตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรระดับพันล้านขึ้นไปนั้นต่างก็เป็นหัวรถจักรอันสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ต่างก็เป็นกำลังอันเป็นแก่นในการส่งเสริมพหุภาคีนิยมและเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ของโลก

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับอินเดียเป็นปัจจัยอันสำคัญในการปกปักรักษาเสถียรภาพของโลก กอปรด้วยความหมายอันสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาและความก้าวหน้าของทั่วทั้งมนุษยชาติ ลัทธิสังคมนิยมแบบเอกลักษณ์ประเทศจีนได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ท่านนายกฯก็ได้เสนอการตั้งเป้าหมายสร้าง “อินเดียใหม่” บนหนทางแห่งการพัฒนาและฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองนั้น จีนและอินเดียทั้งสองประเทศต่างก็เผชิญกับภารกิจที่คล้ายคลึงกัน เราจะต้องรวมศูนย์ที่การพัฒนา ลงลึกในการร่วมมือที่อำนวยประโยชน์แก่กันและกัน ร่วมกันทำให้การฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองทางประชาชาติให้เป็นจริง ร่วมกันสร้างเอเชียในศตวรรษที่ 21 ที่มีเสถียรภาพ มีการพัฒนาและมีความรุ่งเรือง ร่วมกันสร้างคุณูปการแก่สันติภาพและการพัฒนาของโลก

สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่า การที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดียจะมีเสถียรภาพจะมีการพัฒนานั้น รากฐานอยู่ที่ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน จะต้องกุมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดียโดยเริ่มจากยุทธศาสตร์ เพิ่มพูนความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันอย่างไม่หยุดหย่อน ขับเคลื่อนวงการต่างๆ ของสองประเทศและประชาชนของสองประเทศให้ทวีความเข้าใจซึ่งกันและกันและบ่มเพาะอารมณ์ฉันมิตร จะต้องกุมสิ่งที่เป็นปมเงื่อน 3 ประการให้ดี

ประการแรก จีนและอินเดียควรเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและเพื่อนที่ดี จะต้องมองซึ่งกันและกันว่าเป็นปัจจัยบวกแห่งการเปรียบเทียบและการเปลี่ยนแปลงกำลังของโลก โดยถือเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือในการทำให้ความฝันแห่งการพัฒนาของตนเองให้ปรากฏเป็นจริง

ประการที่ 2 การพัฒนาเติบใหญ่ของจีนและอินเดียทั้งสองประเทศเป็นแนวโน้มที่จะต้องเป็นไป ซึ่งเป็นโอกาสของกันและกัน

ประการที่ 3 จีนและอินเดียต่างก็ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระเป็นตัวของตัวเอง จะต้องวิเคราะห์มองปณิธานของกันและกันให้ถูกต้อง โดยยึดถือจิตภาวะที่เป็นบวก เปิดกว้างและอะลุ้มอล่วย

ในด้านกิจการระหว่างประเทศ จีนและอินเดียต่างก็มีทัศนคติที่ใกล้เคียงกันมากมาย ในการจัดการความสัมพันธ์กับประเทศใหญ่ ประเทศจีนยืนหยัดในความเป็นตัวของตัวเองทางด้านยุทธศาสตร์ ยืนหยัดไม่ปะทะ ไม่ประจันหน้า ยึดมั่นในการขับเคลื่อนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่ที่เคารพซึ่งกันและกัน มีความยุติธรรมและความเป็นธรรม ตลอดจนการร่วมมือและชนะด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบทำนองเดียวกันกับหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติตามที่จีนและอินเดียได้ริเริ่มเสนอเมื่อทศวรรษที่ 5 แห่งศตวรรษที่แล้วมา

สี จิ้นผิง ได้ตอกย้ำว่า ขั้นตอนต่อไป จีนและอินเดียทั้งสองประเทศจะต้องร่วมกันจัดการวางแผนความร่วมมือทุกมิติให้ดี จะต้องดำเนินการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดำเนินการหารือปัญหาอันสำคัญซึ่งเป็นที่สนใจของทั้งสองฝ่ายอย่างทันการณ์ กุมทิศทางใหญ่ในการพัฒนาความสัมพันธ์ของสองประเทศให้มั่น รับรองกลไกการสนทนาให้มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเริ่มการร่วมมือที่สอดคล้องกับความเป็นจริงให้ซึมลึกยิ่งขึ้น จะต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางมานุษยวิทยาให้กว้างยิ่งขึ้น จะต้องจัดการปัญหาพิพาทให้ดีด้วยรูปแบบที่สุกงอมยิ่งขึ้น

จะต้องเสริมการประสานงานและการร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศและในภูมิภาค ขับเคลื่อนให้มีประชาคมทางเศรษฐกิจและการสร้างสาธารณูปโภคมีการเชื่อมโยงเชื่อมต่อซึ่งกันและกันในภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจะต้องยึดถือทรรศนะบริหารจัดการทั่วทั้งโลกโดยการร่วมหารือ ร่วมสร้าง และร่วมแบ่งปัน ผลักดันมีการสร้างเศรษฐกิจโลกแบบเปิด สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี ดำเนินการร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นบวกยิ่งขึ้น ร่วมกันรับมือกับการท้าทายลักษณะทั่วโลก ฝ่ายจีนยินดีร่วมกับฝ่ายอินเดียในการสร้างเอเชียแห่งศตวรรษที่ 21 ที่มีเสถียรภาพ การพัฒนาและเจริญรุ่งเรือง ขับเคลื่อนระเบียบทางสากลให้มุ่งไปสู่การพัฒนาไปในทิศทางที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

นายกฯโมดีแห่งอินเดียได้กล่าวว่า ขอบคุณที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผง ได้เชื้อเชิญข้าพเจ้ามาที่อู่ฮ่าน 2 วันมานี้ข้าพเจ้าได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แบบจริงใจ ตรงไปตรงมา และซึมลึก นอกจากนั้นยังได้รับรู้วัฒนธรรมจิงฉู่อันเนิ่นนานและยิ่งใหญ่มหาศาล ข้าพเจ้ามีความรู้สึกมากยิ่งขึ้นต่อการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้ความตระหนักต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนในระดับสูง ตลอดจนการนำพาด้วยการลงแรงเอง

ประเทศอินเดียและประเทศจีนต่างก็เป็นประเทศที่มีอารยธรรมอันเก่าแก่ ประเทศทั้งสองต่างก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ต้องเสริมการสนทนา การแลกเปลี่ยน และการร่วมมือให้มากยิ่งขึ้น อยู่ด้วยกันอย่างสันติ เป็นมิตรที่ดีทุกชั่วอายุคน

ข้าพเจ้าได้ให้ความสนใจในระดับสูงต่อคำประกาศในที่ประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศสมัยที่ 19 ที่ว่าการสร้างสังคมนิยมแบบเอกลักษณ์ของประเทศจีนได้เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ส่วนอินเดียก็มีเป้าหมาย “อินเดียใหม่” เป็นของตนเอง

ข้าพเจ้าเห็นด้วยโดยสิ้นเชิงกับประธานาธิบดีสีที่ระบุว่า ในฐานะที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดสองประเทศซึ่งมีประชากร 2,600 ล้านคน และในฐานะที่เป็นองคาพยพทางเศรษฐกิจที่กอปรด้วยตลาดเกิดใหม่อันมหึมา 2 ตลาด อินเดียและจีนเป็นปัจจัยแห่งเสถียรภาพของโลก การพัฒนาของ 2 ประเทศส่งผลอันสำคัญต่อโลก กอปรด้วยความหมายอันเป็นบวกต่อประเทศกำลังพัฒนาอันไพศาล ในศตวรรษที่ 21 อินเดียและจีนจะต้องจับมือกันเพื่อสร้างคุณูปการต่อสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในเอเชียและในโลก

ข้าพเจ้าเห็นด้วยอินเดียและจีนจะต้องรักษาการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ในระดับสูง เรามีทัศนคติร่วมกัน มีการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวร่วมกัน และวิสัยทัศน์ในความปรารถนาร่วมกันในการพัฒนาความสัมพันธ์อินเดียและจีน ทั้งสองฝ่ายจะต้องเสริมการติดต่อสัมพันธ์ เสริมความร่วมมือ เพิ่มพูนความเข้าใจซึ่งกันและกัน และเพิ่มพูนความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน จัดการและดูแลควบคุมการพิพาทอย่างเหมาะสม ส่งเสริมมิตรภาพในหมู่ประชาชน ยกระดับความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศขึ้นสู่ระดับใหม่

ประเทศอินเดียดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างอิสระ สนับสนุนโลกาภิวัตน์ สนับสนุนปกปักรักษาระบบพหุภาคี สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ฝ่ายอินเดียยินดีจับมือกับฝ่ายจีนในการส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนาอันไพศาล

ทิวสน
(ถอดความ)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เขื่อนคลองลาดพร้าว กทม.เข็นไม่ถึงครึ่งทาง
บทความถัดไปลุ้นปล่อยตัว ‘สันธนะ’ ทนาย เตรียมยื่นศาลขอปล่อยตัวทันที เหตุตำรวจยื่นคำร้องฝากขังเลยเวลาศาลปิดทำการ!!