พสกนิกรร้อยดวงใจลงนามถวายพระพร ‘ในหลวง’ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 กรกฎาคม สำนักพระราชวังเปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีข้าราชการ นักธุรกิจ และคณะบุคคลจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ลงนามถวายพระพรภายในศาลาสหทัยสมาคม ขณะที่ประชาชนลงนามถวายพระพรที่สนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน โดยในส่วนประชาชนต่างพาสมาชิกในครอบครัวเดินทางมาด้วย รวมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองและสีขาวหลั่งไหลมาลงนามถวายพระพรไม่ขาดสาย ด้วยสีหน้ามีความสุขก่อนจะเดินทางไปสักการะพระแก้วมรกตต่อที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

นางเอมอร จรัสโชติกุล (ขวา) มาพร้อมนางสาวกัณจนา มาลัยทอง (ซ้าย)

นางเอมอร จรัสโชติกุล อายุ 63 ปี ชาว อ.เมือง จ.นครราชสีมา มาพร้อมนางสาวกัณจนา มาลัยทอง อายุ 62 ปี ชาวอ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งนัดกันมาลงนามถวายพระพร และรอเฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวทั้งถือพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้แนบอก พร้อมถือธงชาติไทย ธงตราพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. ด้วยสีหน้าปลื้มใจว่า พวกเรานัดกันที่จะมาลงนามถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และอยากมาถวายพระพรให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทั้งนี้ การถือพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดนั้น เพราะอยากให้คนอื่นๆ ทราบว่าวันนี้คือวันสำคัญ อยากให้ทุกคนเห็นพระพักตร์พระองค์ อยากให้ทุกคนมาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี อย่างไรก็ดี เมื่อวานตนได้เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบริเวณประตูวิเศษไชยศรี เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน พวกเราพร้อมใจกันเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ปรากฏว่าพระองค์โบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้ รู้สึกประทับใจมาก วันนี้ช่วงเย็นจะเฝ้าฯรับเสด็จอีก

“พวกเรายังเป็นจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ตอนแรกที่สมัครเพราะคิดว่าอยากช่วยพระองค์ทำความดี ที่ผ่านมาก็ได้ไปขุดลอกคูคลอง สอนทำดอกไม้จันทน์ พบว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือความสุขและความภาคภูมิใจ เหมือนว่าได้ทำเพื่อประเทศ ทำเพื่อพระองค์” นางเอมอรและนางสาวกัณจนากล่าวร่วมกัน


นายวุฒิ ขันกสิกรรม อายุ 54 ปี ชาวเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มาในชุดอปพร.และสวมผ้าพันคอจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ มือสองข้างจับไม้เท้าพยุงเดินแน่น เนื่องจากขาซ้ายไม่สมบูรณ์จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2529 กล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้งว่า เป็นอปพร.มา 10 กว่าปี หน้านี้ก็เป็นอาสาตำรวจ ปรากฏว่าวันหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กระดูกขาซ้ายแตกจากขาถึงสะโพก รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกลาง ตอนนั้นทางตำรวจพยายามให้การช่วยเหลือ กระทั่งวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาที่โรงพยาบาลกลาง ทางตำรวจได้ทูลเกล้าฯ ขอให้รับตนไว้เป็นผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ เป็นคนที่ทำความดีแต่ยากจน พระองค์ทรงรับไว้เป็นผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ และรับสั่งกับตนว่า “ขอให้หาย ต้องหาย” ทำให้จิตใจฮึดสู้อีกครั้ง รวมถึงได้กำลังใจจากพ่อแม่ ก็ทำให้ตนกลับมาเดินได้อีกครั้ง แม้ต้องใช้ไม้พยุงบ้าง

“ตอนนี้เหมือนว่าการเป็นจิตอาสา เป็นอปพร.เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกวันต้องออกตรวจเพื่อช่วยคนถูกจี้ปล้น หากวันไหนไม่ได้ออกตรวจเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง นอกจากนี้ยังดูแลคนเจ็บป่วยตามบ้าน เป็นหูเป็นตาให้รัฐ คิดว่าจะทำจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการทำความดีถวายพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ” นายวุฒกล่าว

นายวุฒิ ขันกสิกรรม มาในชุดอปพร.และสวมผ้าพันคอจิตอาสาเราทำความ ดี ด้วยหัวใจ (ซ้าย)
บทความก่อนหน้านี้โผล่อีกราย! ครูหมี ชัยภูมิ ค้ำกยศ.ให้ศิษย์ 40 ราย หายกลีบเมฆ 27 ราย หวั่นซ้ำรอย ‘ครูวิภา’
บทความถัดไปทีมหมูป่าร่วมบิณฑบาตถวายเป็นพระราชกุศล