สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลา เนื่องใน วันปิยมหาราช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลา เนื่องใน วันปิยมหาราช
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลา เนื่องใน วันปิยมหาราช

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลา เนื่องในเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 23 ตุลาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต มายังพระบรมราชานุสรณ์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เพื่อทรงวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การนี้ ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรวงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

ในหลวง ร.10

จากนั้นเวลา 15.19 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ในวันเดียวกันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาติให้สาธุชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีชมพู และสีเหลือง เดินทางนำบัตรประชาชนมาต่อคิวรับการตรวจคัดกรอง เพื่อเข้าไปจับจองพื้นที่เพื่อรอรับเสด็จอย่างต่อเนื่อง โดยบางรายเดินทางมารอตั้งแต่ 12.00 น. ด้วยต้องการจับจองพื้นที่แถวหน้า ท่ามกลางบรรยากาศร้อนอบอ้าวสลับกับมีฝนตกเป็นระยะ ทั้งนี้ ตลอดสองฝั่งเส้นทางเสด็จ บริเวณถนนหน้าศาลฎีกา ต่อเนื่องมาจนถึงศาลหลักเมือง และบริเวณหน้าสนามหญ้าด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง ต่างมีประชาชนจับจองที่นั่งอย่างเนืองแน่น

จากนั้นเวลา 15.19 น. ขณะที่ขบวนพระที่นั่งเคลื่อนผ่าน ประชาชนต่างยกมือไหว้ และก้มลงกราบแนบพื้น ก่อนเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องทั่วทั้งบริเวณ

นางมาลี เฉยแสง อายุ 47 ปี เดินทางมาพร้อมกับญาติ นางสมหมาย สอนแสง อายุ 52 ปี และนางสมพร คล้ายแก้ว อายุ 57 ปี จากเขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ กล่าวพร้อมกันว่า ตนและคนในหมู่บ้านทราบข่าวการจัดงานวันปิยมหาราช และทราบว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันปิยะมหาราช จากการประกาศเสียงตามสายของหมู่บ้าน จึงรวมตัวกับคนในหมู่บ้านกว่า 10 ราย เพื่อเดินทางมาร่วมกิจกรรมและรอรับเสด็จ ซึ่งตนและพี่น้องเคยรับเสด็จพระองค์มาก่อนแล้วเมื่อครั้งพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ภายหลังได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของพระองค์ รู้สึกปลาบปลื้มปีติ เมื่อมีโอกาสตรงกับวันหยุดจึงตั้งมั่นว่าจะต้องมารับเสด็จให้ได้ นอกจากนี้ตนไม่กลัวอากาศร้อนหรือฝนตก เพราะเรามาด้วยใจ รวมทั้งเตรียมพร้อมมาอย่างดี ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ร่ม และเสื้อกันฝน

นางมาลี เฉยแสง-นางสมหมาย สอนแสง และนางสมพร คล้ายแก้ว

ด้าน นางสาวอุมาพร ศักดิ์คำดวง อายุ 34 ปี เดินทางมาพร้อมกับพี่สาว นางสาวสุวรรณา ภู่สุวรรณ์ อายุ 40 ปี จากเขตบางกะปิ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนและพี่สาวเดินทางมาโดยรถสาธารณะเพื่อมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยตนทราบข่าวการจัดงานวันปิยมหาราช ผ่านโทรทัศน์และเฟซบุ๊ก จึงตั้งใจสวมเสื้อสีชมพูเดินทางมาร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะเดินทางไปร่วมจุดเทียนถวายพระพร ฯ พระลานพระราชวังดุสิตต่อในช่วงค่ำด้วย

“เราทุกคนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ และได้น้อมนำเอาคำสอนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และเนื่องในวันปิยมหาราช ปกติเราทั้งสองก็มักจะเดินทางมาไหว้พระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 5 เป็นประจำอยู่แล้ว และในชีวิตประจำวันได้น้อมนำเอาคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 5 มาปรับใช้ในเรื่องการประหยัดอดออม และการไม่กดขี่ข่มเหง ไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีความสามัคคีในหมู่คณะ” นางสาวอุมาพร และ นางสาวสุวรรณากล่าว

นางสาวอุมาพร ศักดิ์คำดวง-นางสาวสุวรรณา ภู่สุวรรณ์

บทความก่อนหน้านี้ผู้หมวดสาว อธิบายจนเจ็บคอ ต้องติดป้ายบอก “ปลาทองแค่ชอบว่ายน้ำท่ากรรเชียง” ไม่ได้ป่วย(ชมคลิป)
บทความถัดไป‘ดีอี’ ย้ำ ‘ไทยแอร์เอเชีย’ พัฒนาระบบจดจำใบหน้าต้องปลอดภัยสูง-ไม่ละเมิดกม.