‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงสานต่อพระราชปณิธาน ร.9 นำวิทย์-เทคโนโลยียกระดับชีวิตคนไทย

ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย และเพื่อสนองพระราชปณิธาน และแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

ในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงทรงใช้เวลาตลอด 31 ปี นับตั้งแต่ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อ พ.ศ.2530 จนถึงปัจจุบัน ในการแสวงหาความรู้ และความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นอกจากนั้น ยังทรงคำนึงถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียโดยรวมอีกด้วย

สำหรับในปี พ.ศ.2561 นี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านอินทรีย์เคมีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 13 (The 13th International Conference on Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia) หรือ ICCEOCA-13 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

ซึ่งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้รับเกียรติจัดการประชุม ICCEOCA-4 มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ.2552 โดยการประชุมวิชาการฯ ICCEOCA ครั้งที่ 13 นี้ จะเป็นการรวมตัวของนักวิจัย คณาจารย์ที่มีผลงานวิจัยอันโดดเด่น และมีความเชี่ยวชาญด้านอินทรีย์เคมี และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 200 คน เข้าร่วมนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางการวิจัย วิทยาการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างกว้างขวาง

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมที่สำคัญ คือ การมอบรางวัล Lectureship Awards แก่ผู้ที่นำเสนอผลงานวิจัยยอดเยี่ยม โดยนักวิจัยที่ได้รับรางวัลนี้จะได้มีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่ความก้าวหน้างานวิจัยของตนเอง อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือทั้งการวิจัยและสร้างเครือข่ายกับนักวิจัยและคณาจารย์ชั้นนำในกลุ่มประเทศสมาชิก ในขณะที่ประเทศไทยจะได้นำงานวิจัยที่ทำขึ้นภายในประเทศ ออกเผยแพร่ให้แก่นักวิชาการในต่างประเทศด้วย

จากพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย ในการเข้าร่วมโครงการความร่วมมือทางวิชาการในสาขาอินทรีย์เคมีในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลโดยตรงต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทยเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากการเติบโตของเครือข่ายวิจัยภายในประเทศ และโครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้มีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์ จากประเทศสมาชิกอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย นำไปสู่ความร่วมมือด้านการวิจัยจากเครือข่ายวิจัยของกลุ่มประเทศสมาชิกอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

นับว่าเป็นโอกาสอันดีของนักวิจัยไทยที่จะได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความก้าวหน้าทางการวิจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย เพื่อยกระดับการวิจัยให้มีความเข้มแข็ง และมีความก้าวหน้า ทัดเทียมประเทศอื่นๆ รวมไปถึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัยกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียอีกด้วย

โดยผู้ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สอบถาม 0-2554-1902 โทรสาร 0-2553-8572 อีเมล์: icceoca13@cri.or.th หรือ https://icceoca13.cri.or.th

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon