ภาพประทับใจ ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ พระมหากรุณาธิคุณ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คนไทย

อุ่นไอรัก คลายความหนาว พระมหากรุณาธิคุณ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คนไทย

อุ่นไอรัก – ตลอด 42 วัน ที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” เป็นครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ถึง 19 มกราคม 2562 ด้วยพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานความสุขแก่คนไทย และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฤดูหนาวขึ้นเป็นครั้งแรก และพระบรมราชวิเทโศบายในการให้ประชาชนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านการจัดงานออกร้าน ทั้งได้ร่วมทำบุญและได้ความสุขอิ่มเอมใจทั่วกัน โดยรายได้จากการจัดงานไม่หักค่าใช้จ่าย จะทรงนำไปใช้ในการพระราชกุศล บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยและเหตุการณ์ต่างๆ ทั่วภูมิภาคของประเทศ

นับเป็น 42 วัน ที่สร้างความสุขให้กับพสกนิกรที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่วันแรกที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์ชุดไทย พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฉลองพระองค์ชุดไทยเช่นกัน เสด็จฯ มาทรงเปิดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า

พสกนิกรต่างรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้ชื่นชมพระบารมีและเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กิจกรรมไบค์ อุ่นไอรัก ที่พระองค์ทรงจักรยานนำพสกนิกรกว่า 1 แสนคน ปั่นจักรยานจากเส้นทางพระลานพระราชวังดุสิตถึงสวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ไป-กลับ รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงจักรยานร่วมในขบวนด้วย

และนับตั้งแต่วันนั้น ปวงชนชาวไทยก็ยังได้เฝ้ารับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จมาทรงเที่ยวชมงานอุ่นไอรักฯ อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ

ทุกพระองค์เสด็จทรงเที่ยวชมงานในฉลองพระองค์ชุดไทยในยุคต่างๆ ทรงแย้มพระสรวลโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง

พร้อมกันนี้ ครอบครัวคุณพลอยไพลิน เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี คุณเดวิด วีลเลอร์ สามี และบุตร-ธิดา 3 คน คุณแม็กซิมัส จุลรัตน์ วีลเลอร์ คุณลีโอนาร์โด ภัททพงศ์ วีลเลอร์ บุตรชาย และคุณแอรี่ วีลเลอร์ ธิดา รวมทั้ง คุณสิริกิติยา เจนเซน ก็ต่างสวมชุดไทยมาร่วมชมงานเช่นกัน

สร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับพสกนิกรเป็นล้นพ้น

ทรงเมตตา พี่น้องชาวใต้

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อระหว่างการจัดงาน พี่น้องชาวใต้ 13 จังหวัด รวม 97 อำเภอ กว่า 7.2 แสนคน ต้องประสบกับความทุกข์ยากจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ที่พัดผ่านฝั่งอ่าวไทยสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินบ้านเรือน รวมถึงมีผู้เสียชีวิต 4 ราย

ในห้วงเวลานั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องโดยตลอด พระองค์พระราชทานความห่วงใยมายังพสกนิกรชาวใต้ทุกคน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานอุ่นไอรักฯ ครั้งนี้ ไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไปอีกด้วย


พร้อมกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนและผู้สนใจร่วมประมูลภาพโมเสกพระบรมสาทิสลักษณ์ และเลโก้โมเดลจำลองพระราชกรณียกิจที่สำคัญแต่ละรัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ซึ่งเงินรายได้จากการประมูลทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกด้วย

ความเป็นไทย #ดีต่อใจ

สะท้อน “สามัคคี”

งานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ เป็นงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เป็นบรรยากาศแบบไทยๆ ย้อนยุคให้ประชาชนจากทั่วสารทิศที่ต่างจูงมือครอบครัว ลูกหลาน ญาติสนิทมิตรสหาย มาร่วมงานจำนวนมากทุกวัน ได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับชุดไทยที่บรรจงแต่งกันมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้ความสนใจเข้าชมงานอีกด้วย

โดยมีบุคคลสำคัญและคนดังจากหลากหลายวงการไปเที่ยวชมงานจำนวนมาก อาทิ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี, คณะองคมนตรี อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายพลากร สุวรรณรัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส, คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และลูกสาว, มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ, ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จากทั่วโลก รวมถึงดารานักแสดงอีกมากมาย

ไม่เพียงความเพลิดเพลินที่ได้รับ ผู้มาร่วมงานยังได้ซึมซับพระราชกรณียกิจต่างๆ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชกาลที่ 1-10 ชมการแสดงเห่เรือบนพระที่นั่งจำลอง ชมภาพโมเสกพระบรมสาทิสลักษณ์ และเลโก้โมเดลจำลองพระราชกรณียกิจที่สำคัญแต่ละรัชกาล ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 และยังได้ช้อปสินค้าที่ระลึกจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมทั้งรับประทานอาหารไทยที่หาทานได้ยาก และยังได้ร่วมลุ้นรางวัลกับกิจกรรม “มัจฉาพาโชค” และสลากอุ่นไอรักฯ

ตลอด 42 วันของการจัดงาน มีประชาชนมาร่วมชมงานกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน ทุกคนต่างประทับใจ เก็บความสุข ความอิ่มเอมใจ กลับบ้านกันเต็มกระเป๋า


ธชมน เจิ้น หรือเมิ้งลี่ อายุ 18 ปี เดินทางมาจากเขตดินแดง กรุงเทพฯ พร้อมกับคุณแม่ เผยว่า สิ่งแรกที่ประทับใจเมื่อได้มาชมงานคือ เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับ “คนไทย” ในการได้แสดงออกซึ่งวัฒนธรรมไทย เอกลักษณ์ของไทย ผ่านการแต่งกายด้วยชุดไทย เพราะหากใส่ชุดไทยเต็มยศในชีวิตประจำวันก็อาจจะมีความเขินอายบ้าง แต่ที่งานอุ่นไอรักทุกคนมีความสุขที่ได้แต่งตัว จึงเป็นภาพที่น่ารัก โดยเฉพาะที่มากันเป็นครอบครัว

“งานอุ่นไอรักเป็นความผสมผสานระหว่างความเป็นไทยย้อนยุคและความเป็นไทยในปัจจุบัน พอมาเที่ยวชมงานจึงสัมผัสได้ถึงความร่วมสมัย เก๋มาก อยากให้มีงานแบบนี้บ่อยๆ เพราะเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นคนจีนเขาก็จะรู้จักแต่สถานที่ท่องเที่ยว เช่น วัดพระแก้ว จึงเชื่อว่าหากนักท่องเที่ยวได้มาชมงานอุ่นไอรัก ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่พวกเขาชื่นชอบได้ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่จะได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น” ธชมนกล่าวด้วยยรอยยิ้ม

ธชมน (ขวา) กับคุณแม่

ปิดท้ายด้วย ไชยวัฒน์ ไชยเชษฐ์ อายุ 42 ปี ที่เดินทางมาจากจังหวัดสกลนคร เพื่อมาเที่ยวชมงานอุ่นไอรักเป็นครั้งที่ 2 ด้วยการแต่งกายที่เรียกว่าจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ในชุดไทยย้อนยุคสีเหลืองทอง พร้อมกระเป๋าถือจักสานลายไทย ซึ่งเธอเผยว่า เสื้อและโจงกะเบนที่สวมใส่ เป็นชุดเดียวกับที่ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 สวมใส่ระหว่างทำกิจกรรมร่วมกับกองประกวดนางงามระดับโลก

“ไม่อยากพลาดงานนี้ เลยตั้งใจมาร่วมงานวันสุดท้ายอีกครั้ง เพราะเตรียมตัวมานานมาก และสิ่งที่ประทับใจที่สุดในงานอุ่นไอรักคือภาพความสามัคคีของคนไทย ที่สะท้อนผ่านการพร้อมใจแต่งชุดไทย เมื่อมางานอุ่นไอรักเราจะเห็นทุกคนคว้าเอาของดีของที่บ้านตัวเองมาใส่ ไม่ว่าจะเป็นผืนผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ซึ่งโดดเด่นตามเอกลักษณ์ของแต่ละท้องที่ และไม่สิ้นเปลือง เพราะความเป็นไทย แค่ผ้าซิ่นผืนเดียวก็สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับไอเท็มอื่นๆ ได้ เพราะผ้าไทยมีคุณค่าในตัวอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำมาปรับใช้ยังไง การแต่งชุดไทยจึงไม่ใช่เรื่องยาก” ไชยวัฒน์กล่าวด้วยรอยยิ้ม และทิ้งท้ายว่า

ไชยวัฒน์ ไชยเชษฐ์

“มากไปกว่านั้น ยังเป็นงานที่ดีต่อใจ เพราะมาคนเดียวก็มาได้ ไม่ต้องกังวลว่ามาคนเดียวใครจะถ่ายรูปให้ เพราะทุกคนในงานมีความสุข มีรอยยิ้มและมีน้ำใจอยู่เสมอ ทั้งยังมีจิตอาสาที่ใจดีและให้ความช่วยเหลือดีมาก จึงอยากให้มีการจัดอย่างต่อเนื่องทุกปี”

รอยยิ้มและความสุขประทับลงในใจมิรู้ลืม


ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้‘อินโดฯ’ ยังไม่เปิดผลสอบ ‘โบอิ้ง’ ไลออนแอร์ตก ชี้ใช้เวลาแกะเสียงในกล่องดำ
บทความถัดไปยิ่งกว่าถูกหวยธอส.เตรียมออกสลากออมทรัพย์ทุ่มรางวัลที่ 1 ถึง 20 ล้านบาท