ในหลวง ทรงย้ำจัดขบวนพยุหยาตราฯ ประชาชนไม่เดือดร้อน ตร.เผยไม่ปิดถนน

ในหลวง ทรงย้ำจัดขบวนพยุหยาตราฯ ประชาชนไม่เดือดร้อน ตร.เผยไม่ปิดถนน

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ กรุงเทพฯ กรมประชาสัมพันธ์ จัดสัมมนาสื่อมวลชน งานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวในการเป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนหลายสำนักเข้ารับฟัง ว่า เราทราบกันดีแล้วว่าวันที่ 24 ตุลาคม 2562 จะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในชีวิตของคนไทยที่จะมีโอกาสสัมผัสด้วยสายตา และร่วมชื่นชมพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ หลายคนไม่เคยเห็นแต่จะเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราจะมีส่วนร่วม การทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทางชลมารค เนื่องในพิธีพระบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งงานพระราชพิธีเบื้องต้น เบื้องกลางเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่ทำเนียบรัฐบาล โดย เน้นย้ำ 3 เรื่อง ได้แก่ ขอให้ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้ให้สมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เรื่องที่ 2 ครั้งที่แล้ว งานด้านการประชาสัมพันธ์ได้รับคำชื่นชม สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจ และส่งข้อมูลข่าวสารให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในและต่างประเทศได้อย่างดี และอยากให้พวกเราได้รักษามาตรฐานการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ให้ต่อเนื่องยังเบื้องปลายได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งภารกิจด้านการประชาสัมพันธ์ยังคงใช้แนวทางเดิม ผ่านภารกิจสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การให้ข้อมูลข่าวสารถูกต้องชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง และสื่อออนไลน์

รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ภารกิจต่อมาคือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกภาพ ได้แจ้งให้พี่น้องสื่อมวลชนลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว มีสื่อมวลชนไทย 91 คน สื่อต่างชาติ 39 คน รวม 130 คน มีจุดบันทึกภาพ 4 จุด สามารถรับได้ 150 คน และภารกิจสุดท้ายคือการถ่ายทอดสดทั้งทางวิทยุและโทรทัศน์ ทำในนามรวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เริ่มเวลา 15.15 น. จนเสร็จสิ้นพิธี ส่วนการถ่ายทอดเสียง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจะเป็นแม่ข่าย นอกจากนี้ยังมีโทรทัศน์ดาวเทียมของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 177 ประเทศทั่วโลกได้ชื่นชมพระบารมีและร่วมแสดงความจงรักภักดี

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีข้อห่วงใยไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน ดังนั้น การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาร่วมงาน จึงต้องมีความถูกต้องชัดเจน และสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ถูกสถานที่และถูกเวลา” นางทัศนีย์กล่าว

นางทัศนีย์ ผลชานิโก รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

ด้าน นางสาวอรัญญา เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาประชาสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า งานพระราชพิธีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม โดยมีหมายเริ่มต้นเวลา 15.30 น. ขณะที่โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) จะเริ่มเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 15.15 น. ซึ่งมีบรรยายทั้งภาคภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษามือเพื่อผู้บกพร่องทางการได้ยิน ในช่องไทยพีบีเอส ถ่ายทอดสดจนกว่าจะจบพระราชพิธี จากท่าวาสุกรีไปยังท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร โดยการถ่ายทอดสดครั้งนี้ใช้กล้องโทรทัศน์ 83 ตัว โดรนถ่ายทอดสด 16 ลำ

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลือง หลีกเลี่ยงสีดำ เฝ้าฯ รับเสด็จตลอด 2 ฝั่งน้ำที่จัดไว้ให้ อาทิ บริเวณสวนสันติชัยปราการ, ลาน 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ลานปรีดีพนมยงค์, สวนนาคราภิรมย์, ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี, สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณลานพลับพลาสยามินทราศิริราชานุสรณีย์ และอุทยานสถานพิมุข รวมถึงบริเวณท่าราชวรดิฐไปยังตลอดเส้นทางเสด็จฯ กลับวังอัมพร ที่ประชาชนสามารถเฝ้าฯรับเสด็จได้ อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดว่าประชาชนจะเข้าจุดคัดกรองในเวลาใด และการอำนวยความสะดวกต่างๆ กองอำนวยการร่วมที่จะตั้งในวันที่ 17 ตุลาคม จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

นางสาวอรัญญา เกตุแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาประชาสัมพันธ์

นาวาเอก ไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายควบคุมขบวนเรือ กองทัพเรือ กล่าวว่า การจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในแผ่นดินรัชกาลที่ 10 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพเรือจัดขบวนเรือตามโบราณราชประเพณี เส้นทางเสด็จฯ จากท่าวาสุกรี ไปยังท่าราชวรดิฐ ระยะทาง 3.4 กิโลเมตร เป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย ในการเสด็จฯ เลียบพระนครทางชลมารค ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ไม่ใช่งานเสด็จฯ ทอดกฐิน

“การจัดพระราชพิธีเบื้องปลาย ทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน กองทัพเรือนำขึ้นถวายรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลายสิ่งหลายอย่างผ่านพระเนตรพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ขณะที่เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง ที่ตามร่างหมายกำหนดการ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ 2 พระองค์ จะเสด็จประทับเรือพระที่นั่งดังกล่าว สำหรับเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จะอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญลงประดิษฐาน รวมทั้งมีข้าราชบริพารลงเรือ มีพระตำรวจหลวงลงเรือเป็นครั้งแรก” นาวาเอกไพฑูรย์ กล่าว

นาวาเอก ไพฑูรย์ กล่าวถึงการซ้อมขบวนเรือฯ ที่ต้องมีการปิดการจราจรทางน้ำว่า เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากถ้าเปิดการจราจรจะมีขยะเล็ดลอดเข้ามา มีตั้งแต่ ขอนไม้ขนาดใหญ่ ผักตบชวา และขยะพลาสติกต่างๆ การปิดการจราจรทางน้ำ เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะ ซึ่งถ้าไม่เก็บ ขยะจะเป็นอุปสรรคในการพายเรือ และทำให้ขบวนเรือฯ ไม่สง่างาม ทั้งนี้ จุดที่ประชาชนสามารถเดินทางไปชื่นชมพระบารมี และชื่นชมความงดงามของขบวนเรือฯ ได้ 3 จุด โดยจุดที่ 1 ใต้สะพานพระราม 8 ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนสามารถชมบรรยากาศได้นานที่สุด ตั้งแต่การเตรียมขบวนเรือฯ การเข้าหลักของขบวนเรือฯ และการเสด็จพระราชดำเนิน โดยจุดนี้ บริเวณลานพระราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 8 จะเป็นจุดพลับพลาที่ประทับพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย จุดที่ 2 โรงพยาบาลศิริราช เป็นจุดที่ชมความงดงามของขบวนเรือฯ ได้สวยงามที่สุด ประชาชนสามารถเข้าชมในจุดนี้ได้เรื่อยมาจนถึงจุดที่ 3 วัดระฆังโฆสิตาราม ทั้งนี้ หลังการฝึกซ้อมขบวนเรือฯ ที่ผ่านมา มีความกังวลในเรื่องลม และทัศนวิสัย ถ้ามองไม่เห็นในระยะ 500 เมตร จะต้องกราบบังคมทูลไม่ให้ออกเรือ

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นย้ำไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ขบวนเรือฯ ครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ประสานให้กรมชลประทานผันน้ำลงจากภาคเหนือเพื่อลดความแรงของกระแสน้ำขึ้นในขณะมีขบวนเรือฯ แต่จะเปลี่ยนเป็นการผันน้ำจากประตูน้ำ 12 บาน เพื่อลดกระแสความแรงของน้ำ ซึ่งจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน” นาวาเอกไพฑูรย์กล่าว

นาวาเอก ไพฑูรย์ ปัญญสิน ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการฝ่ายควบคุมขบวนเรือ กองทัพเรือ

พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ คณะทำงานด้านการจราจรในพระราชพิธีฯ กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนในการเดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธี ว่า งานครั้งนี้จะไม่มีการปิดการจราจรทางบก ยกเว้นบริเวณสะพานพระราม 8 และสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ที่จะปัดเบี่ยงการจราจรชั่วคราวช่วงเวลาที่ขบวนเรือพระราชพิธีจะเคลื่อนผ่าน ขณะที่การเข้าพื้นที่ของประชาชนได้ประสานภาคส่วนต่างๆ จัดจุดจอดรถทั้ง 4 มุมเมือง สามารถรองรับได้เป็นหมื่นคัน จากนั้นสามารถนั่งรถบริการฟรีของ ขสมก.เข้าพื้นที่ได้ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด

โดยมี รถชัตเตอร์บัส จากจุดจอดรถเข้าพื้นที่ 9 จุด ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยราชมงคลพระนคร รับจากสโมสรทหารบก สนามศุภชลาศัย ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต 2.เชิงสะพานพระราม 8 (ฝั่งพระนคร) รับจากจตุจักร 3.สกายไฮน์ กองสลากเก่า รับจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 4.แยกท่าเตียน รับจากเซ็นทรัลพระราม 2 5.ถนนอรุณอมรินทร์ สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) รับจากเซ็นทรัล ศาลายา พุทธมณฑลสาย 4 6.สถานีรถไฟธนบุรี (รพ.ศิริราช) รับจากวงเวียนใหญ่ 7.วัดกัลยาณมิตร รับจากวงเวียนใหญ่ 8.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (ฝั่งพระนคร) รับจากเมืองทองธานี สโมสรตำรวจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ9.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับจากอิเกีย บางนา เมกาบางนา ท่าเรือคลองเตย รวมถึงนั่งรถสาธาณะมาขึ้นรถเฉพาะกิจ 6 เส้นทาง ได้แก่ 1.จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังสกายไฮน์ 2.จากสถานีขนส่งจตุจักร ยังสกายไฮน์ 3.จากวงเวียนใหญ่ ยังสถานีรถไฟธนบุรี วัดกัลยาณมิตร 4.จากสนามศุภชลาศัยถึง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5.จากสถานีขนส่งกรุงเทพฯ (สายใต้ใหม่) ยังกองสลากเก่า และ6.จากสถานีรถไฟหัวลำโพง ยังใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ คณะทำงานด้านการจราจรในพระราชพิธีฯ

 

วันเดียวกัน กองทัพเรือ ได้เผยแพร่บทเห่เรือใน งานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 3 บท คือ 1.บทสรรเสริญพระบารมี 2.บทชมเรือ และ3.บทชมเมือง ประพันธ์โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย ข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ บทสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเป็นบทที่สำคัญที่สุดมีเนื้อหา ดังนี้

พระ-ไตรรัตนะแผ้ว เผด็จมาร
บรม-ทิพย์โสฬสสถาน เทพถ้วน

ราชา-ธิราชบุราณ บุรพกษัตริย์
ภิเษก-เสกสรรพพรล้วน หลั่งฟ้ามาถวาย

พระเอย พระผ่านฟ้า พระบุญญาพระบารมี
สืบทรงวงศ์จักรี ให้เปรมปรีดิ์ทุกปวงชน

ดั่งรุ่งอรุณเริ่ม แสงสุขเสริมสืบนุสนธิ์
สว่างสร่างกังวล ผุดผ่องพ้นผ่านผองภัย

พระเอย พระผ่านเผ้า ที่โศกเศร้าค่อยสดใส
คนท้อขอถอดใจ ค่อยฟื้นไข้ขึ้นครามครัน

ทรงธรรมปานน้ำทิพย์ เทพไทหยิบหยาดสวรรค์
ชุ่มชื่นชุบชีวัน เป็นมิ่งขวัญแห่งชีวา

พระเอย พระผ่านพิภพ สุขสงบงามสง่า
ปานเพชรเก็จก่องนภา ประดับฟ้าประดับไทย

เดชะพระบารมี วงศ์จักรีจึงเกริกไกร
ทวีโชคทวีชัย ทวีสุขทุกวารวัน

พระเอย พระผ่านเมือง ไทยประเทืองประทับขวัญ
ปวงบุญแต่ปางบรรพ์ พระทรงธรรม์จึงทรงไทย

ทรงศีลทั้งทรงสัตย์ จึงทรงฉัตรจึงทรงชัย
บัวบุญจึงเบ่งใบ อุบลบานบนธารธรรม

พระเอย พระผ่านเกล้า ทุกค่ำเช้าไทยชื่นฉ่ำ
พระมหากรุณานำ คือน้ำทิพย์ลิบโลมดิน

พระทศมินทร์ ปานปิ่นเพชร จึงสำเร็จเด็จไพรินทร์
ฟื้นฟ้าฟื้นธานินทร์ จงภิญโญยิ่งโอฬาร

พระเอย พระผ่านฟ้า พระเดชาจงฉายฉาน
แม้นมีมวลหมู่มาร จุ่งมอดม้วยด้วยพระบารมี

หมู่มิตรจงมั่นคง น้ำจิตตรงเต็มไมตรี
ไพร่ฟ้าประชาชี สามัคคีอยู่มั่นคง

เดชะพระไตรรัตน์ ทั้งศีลสัตย์สร้างเสริมส่ง
พระบารมีจักรีวงศ์ ทุกพระองค์เป็นธงชัย

แรงรักแห่งทวยราษฎร์ หลอมรวมชาติสืบศาสน์สมัย
ร้อยถ้อยร้อยดวงใจ ถวายไท้องค์ทศมินทร์

ขอจงทรงพระเกษม เอิบอิ่มเอมดั่งองค์อินทร์
พระกมลหมดมลทิน ผ่องโสภินดั่งเพชรพราย

ปรารถนาสารพัด สมพระมนัสที่ทรงหมาย
สุขทวีมิมีวาย พระบรมวงศ์ทรงพร้อมเพรียง

พระบารมีที่ทรงสร้าง ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียง
บำรุงรัฐวัดวังเวียง จักรีวงศ์ทรงพระเจริญ-เทอญ

บทความก่อนหน้านี้ซัมซุงปลดล็อกภาคธุรกิจไทยสู่ Next Mobile Economy ส่งผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นครบวงจรเพื่อองค์กรทุกขนาด
บทความถัดไปหนุ่มญี่ปุ่นดวงตก! ถูกโจรปารีสฉกนาฬิกาข้อมือแบรนด์หรู ราคา 25 ล้านบ.!