งดงาม ซ้อมใหญ่เสมือนจริง ‘ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ มีความพร้อมสมบูรณ์แบบทุกด้าน

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม กองทัพเรือ โดยคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เบื้องปลาย

โดยวันนี้เป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริง ใช้เจ้าหน้าที่ประจำเรือ 2,399 นาย เข้าร่วมฝึกซ้อม แต่ชุดฝึกซ้อมสีต่างๆ ประจำเรือ ฝึกซ้อมในเรือพระราชพิธีทั้งหมด 52 ลำ ที่ประดับตกแต่งเหมือนวันจริง โดยเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วย พระที่นั่งอนันตนาคราช ซึ่งวันพระราชพิธีจริงจะมีการอัญเชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 ไปประดิษฐานในบุษบก, เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งวันพระราชพิธีจริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ประทับเรือ, เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งวันพระราชพิธีจริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จประทับเรือเพื่อตามเสด็จในขบวนพยุหยาตรา และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

ซึ่งเรือพระที่นั่งทั้งหมด เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้มาติดตั้งฉัตรหักทองขวาง พระวิสูตร พู่ห้อย และมาลัยคล้องคอเรือ ประดับตกแต่งเหมือนวันพระราชพิธีจริงตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม ที่มีการฝึกซ้อมใหญ่แล้ว โดยเคลื่อนขบวนจากท่าวาสุกรี มายังท่าราชวรดิฐ เป็นระยะทาง 3.4 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ที่วันนี้ซ้อมเร็วกว่าปกติที่เวลา 13.30 น. เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับและสภาพน้ำเทียบเท่าเวลา 15.30 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม ที่มีพระราชพิธีจริง

กระทั่ง เวลาประมาณ 13.03 น. ที่บริเวณท่าวาสุกรี เรือพระราชพิธี ทั้ง 52 ลำ ได้เริ่มตั้งขบวนเรือก่อนในเวลา 13.52 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ได้เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรีมุ่งหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง ก่อนจะเทียบที่ท่าราชวรดิฐ เวลา 14.29 น. เป็นอันจบการฝึกซ้อม โดยวันนี้กองทัพภาคที่ 1 ไม่ได้ฝึกซ้อมริ้วขบวนราบแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการฝึกซ้อมในวันนี้ เป็นการซ้อมใหญ่กองทัพเรือเสมือนจริงเก็บรายละเอียดทุกด้าน ตัวเรือประดับตกแต่งเสมือนจริง เพื่อตรวจสอบว่าได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำและกระแสลมหรือไม่ โดยกำหนดฝึกซ้อมเวลา 13.30 น. เป็นเวลาที่กองทัพเรือได้รับแจ้งจากกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ทำนายกระแสน้ำจะตรงกับวันที่ 12 ธันวาคม ส่วนขั้นตอนการปฏิบัติในวันนี้ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเสด็จฯ เรือพระที่นั่งออกจากท่าวาสุกรี โดยวันนี้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ออกจากท่าวาสุกรี เวลา 13.52 น. และเทียบท่าราชวรดิฐ 14.29 น. รวมเวลา 42 นาที ถือว่าตรงตามเวลาที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ การซ้อมใหญ่ไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด กำลังพลมีความพร้อมและความคล่องตัว ลำดับพิธีการต่างๆ ก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อาจมีเรื่องกระแสลมเล็กน้อย แต่ได้มีการแก้ไขตามสถานการณ์ ส่วนการเทียบของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ ก็รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในวันนี้ยังมีการซ้อมร่วมกับทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ด้านการรับและส่งเสด็จฯ หลังจากนั้นมีการฝึกซ้อม การส่งเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่ริ้วขบวนราบประกอบพระบรมราชอิสริยยศ

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือมีความพร้อมในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค สมบูรณ์แบบทุกด้าน ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ รวมถึงรูปแบบการจัดริ้วขบวนเรือพระราชพิธี ทั้งหน้าตับ ระยะต่อ รวมถึงการรักษาตำแหน่งเรือในช่วงส่งเสด็จฯ และการตึงขบวนริ้วเรืออยู่กับที่บริเวณท่าราชวรดิฐ ส่วนอาภรณ์ภัณฑ์และเครื่องประกอบเรือ มีความพร้อมสมบูรณ์แล้ว

สำหรับวันพระราชพิธีจริง ช่วงเช้าจะมีการบวงสรวงเรือพระราชพิธีแบ่งออก 2 ส่วน คือ ส่วนแรก คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดเตรียมขบวนเรือฯ จัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 แห่ง 6 จุด เป็นการสร้างขวัญกำลังใจและปกปักษ์รักษาเหล่ากำลังพล จุดแรก พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่พระราชวังเดิม, ศาลเจ้าพ่อหนูทหารเอกพระเจ้าตาก ที่ป้อมวิไชยประสิทธิ์, ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่กรมอู่ทหารเรือ, พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่กองทัพเรือ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 8 ใกล้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี หลังจากนั้นจะเป็นพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือในส่วนที่ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.เป็นประธานในพิธี เวลา 06.45 น. จากนั้นกำลังพลจะเข้าประจำจุดและพร้อมในเวลา 10.30 น. นอกจากนี้ ในวันพระราชพิธีจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย กำหนดการเข้าพื้นที่พระราชพิธีอย่างเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางที่ขบวนเรือผ่าน ประชาชนจำนวนมากต่างแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง เดินทางมาจับจองพื้นที่ ในจุดต่างๆ อาทิ ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ท่ามหาราช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และท่าช้าง เพื่อร่วมชมความงดงามของขบวนเรือ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และต่างบันทึกภาพด้วยกล้องและโทรศัพท์มือถือเป็นที่ระลึก ทั้งนี้ กองทัพเรือได้เปิดพื้นที่หลายจุดให้ประชาชนร่วมชมบนอัฒจรรย์ได้ อาทิ ราชนาวีสโมสร ได้เปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชน เข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิด

นายสมนึก สุยะสืบ ครูผู้สอนโรงเรียนอนุบาลพิบูลเวศม์ จากเขตวัฒนา กรุงเทพฯ กล่าวถึงการนำคณะครูและนักเรียนในชุดลูกเสือและเนตรนารีมานั่งชมการฝึกซ้อมว่า ทางโรงเรียนมีความสนใจงานพระราชพิธีฯ จึงประสานกองอำนวยการฝึกขบวนเรือพระราชพิธี ขอนำคณะครูและนักเรียนมาชมการฝึกซ้อม เพื่ออยากให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ได้เรียนรู้จากการเห็นของจริงถึงงานพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ในรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างไร ก่อนได้รับอนุญาตจึงได้พาคณะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และครูกว่า 80 คน มาชม ทั้งนี้ ยังให้การบ้านเด็กๆ ให้เขียนเล่าถึงความประทับใจได้มาชมการฝึกซ้อมเรือพระราชพิธี ว่าได้เห็นเรืออะไรบ้าง และมีวาดภาพประกอบด้วย โดยมีครูจากหลายวิชามาคอยให้คำแนะนำระหว่างชม

ส่วน นางศยาภรณ์ ไกรเสริม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระยาศิริไอสวรรย์ จากเขตบางพลัด จ.กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนนำคณาจารย์และบุคลากรของโรงเรียน รวมถึงนักเรียนชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 80 คน เดินเท้าจากโรงเรียน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี มานั่งรอชมขบวนเรือ เพราะอยากให้นักเรียนได้ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ชมเรือพระราชพิธี และรู้สึกภาคภูมิใจ ที่สำคัญโรงเรียนตั้งใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญในการพระราชพิธีเบื้องปลายที่จะเกิดขึ้น จะทำให้นักเรียนผูกพันกับวัฒนธรรม สายน้ำ

“ดิฉันและครูได้ให้คำแนะนำแก่เด็กๆ ว่า ขบวนเรือพยุหยาตราเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงและพระราชินีจะประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งใกล้พระราชพิธีจริงเข้ามาทุกที วันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย ตรงกับวันเปิดเรียน รวมนักเรียนได้ง่าย เป็นโอกาสดีที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ริ้วขบวน ชื่อเรือพระราชพิธี เรือพระที่นั่ง ก็หวังให้พวกเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด” นางศยาภรณ์ กล่าว

ด้าน นายชวลิต คงนวม ครูกิจกรรมลูกเสือ โรงเรียนเทศบาลท่าโขง 1 จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนได้นำครู 3 คน และนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 30 คน มาชมการซ้อมใหญ่ขบวนเรือพระราชพิธีก่อนวันจริง เพื่อพามาเห็นการฝึกซ้อมใหญ่ที่กำลังจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่สืบทอดมาแต่โบราณราชประเพณี ทั้งนี้ ก่อนพามาได้ให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องต้น แต่การได้มาชมกับตาถือว่าสุดยอดแล้ว อีกทั้งเป็นกิจกรรมแสดงถึงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการซ้อมเรือพระราชพิธี บริเวณลานปรีดีพนมยงค์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดอัฒจรรย์และเก้าอี้นั่งให้กับประชาชน โดยประชาชนต่างแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง นำกล้องมาบันทึกภาพเรือเก็บไว้ บ้างก็ขอมองด้วยตาเปล่า ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย และไม่ร้อนมากนัก และมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

นางสาวสุขุมาพร ชมปรีดา อายุ 40 ปี อาชีพครู เดินทางมาจากย่านดอนเมือง กล่าวว่า เมื่อคราวซ้อมใหญ่ได้มาชมแล้วครั้งหนึ่ง โดยเลือกอยู่ที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แต่ยังถ่ายภาพไปไม่สวยนักจึงได้มาชมในวันนี้อีกครั้ง ขอแก้มือกับภาพถ่ายใหม่ โดยเลือกอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พอได้เห็นเรือก็รู้สึกประทับใจ โดยเฉพาะกับเรือสุพรรณหงส์ ที่มองด้วยตาก็งดงาม มองผ่านเลนส์ก็สวย ไม่มากหรือน้อยเกินไป พิธีนี้ถือเป็นพิธีสำคัญ ครั้งหนึ่งของคนไทย วันจริงหากใครไม่ได้มาชมที่จริง ก็อยากให้ชมผ่านโทรทัศน์ ซึ่งจะมีความอลังการต่างกัน และจะได้รู้คำบรรยายต่างๆอีกด้วย

ขณะที่ นายรักชาติ ชื่อเสียง อายุ 51 ปี ชาวเพชรบุรี กล่าวว่า เดินทางมาเป็นจิตอาสาที่บ้านปากเกร็ดวานนี้ วันนี้จึงได้รอชมเรือพระราชพิธีเพราะวันจริงคงหาโอกาสมาได้ยาก เมื่อได้เห็นก็รู้สึก งดงาม ประทับใจ ยิ่งได้ยินเสียงเห่เรือยิ่งประทับใจ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นเพราะก่อนหน้านี้ ตอนสมัยรัชกาลที่ 9 ก็ได้มาชมอยู่เป็นประจำ ถือว่าไม่ได้ชมนานแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงเดินทางไปจุดต่างๆ เพื่อรับชมการซ้อมเรือพระราชพิธี อาทิ ท่ามหาราช โรงพยาบาลศิริราช ราชนาวีสโมสร ใต้สะพานพระราม 8 ที่ได้จัดสแตนด์ให้กับประชาชนได้ชมทั้งในวันซ้อมและวันจริง

บทความก่อนหน้านี้2 วันเจอ 2 ศพ ผงะพบศพ ‘ชายนิรนาม’ ครึ่งตัว ถูกคลื่นซัดเกยหาดจะนะ
บทความถัดไปองคมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมม.ราชภัฏสกลนคร