พระเมตตา ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเยี่ยม 2 ลูกช้างในพระอุปถัมภ์ฯ

พระเมตตา ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ เสด็จเยี่ยม 2 ลูกช้างในพระอุปถัมภ์ฯ

เฟซบุ๊ก ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang ได้เผยแพร่พระกรณียกิจของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเยี่ยมลูกช้างพลายบุญหนาและช้างพังฟ้าแจ่ม ช้างในพระอุปถัมภ์ฯ ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง ระบุว่า

วันที่ 8 พ.ย. 63 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเยี่ยมลูกช้างพลายบุญหนาและช้างพังฟ้าแจ่ม ณ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง โดยผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (นางพรเพ็ญ วรวิลาวัณย์) และผู้อำนวยการสำนักสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ (นายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ) หัวหน้าส่วนราชการ ในจังหวัดลำปาง พร้อมพนักงาน ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า เฝ้ารับเสด็จ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (นายณรงค์ วุ่นซิ้ว) และนายธีระยุทธ เหลาคม เจ้าของช้างจากจังหวัดภูเก็ตได้ถวายช้างพลายบุญหนา ลูกช้างเพศผู้ อายุ 4 ปี พร้อมตั๋วรูปพรรณ เพื่อนำมาเลี้ยงดูร่วมกับช้างพังฟ้าแจ่มลูกช้างป่าเพศเมีย อายุ 4 ปี ที่ถูกบ่วงดักสัตว์รัดบริเวณส่วนปลายของขาหน้าซ้าย จากอำเภอ แก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้รับมอบช้างพังฟ้าแจ่มจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อมาดูแลรักษา เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 62

โอกาสนี้ พระองค์ทอดพระเนตรการรักษาช้างพังฟ้าแจ่ม และเสด็จเยี่ยมช้างพลายบุญหนา รวมทั้งเยี่ยมช้างอื่นๆ ในสถาบันฯ จากนั้นพระราชทานอาหารช้าง ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และเจ้าหน้าที่สถาบันฯ สร้างความปลื้มปิติให้กับผู้ปฏิบัติงานของสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามที่ทรงใส่พระทัยเรื่องการอนุรักษ์และบริบาลช้าง ซึ่งนับเป็นพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ต่อช้างไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ.รอลุ้น! ผลตรวจรหัสพันธุกรรมเชื้อเมียชายอินเดียติดโควิด-19 คาดถึงเย็นนี้
บทความถัดไปพิษโควิด รายได้อุทยาน ฮวบ 900 ล้าน นักท่องเที่ยวลด 7 ล้านคน สิมิลัน คว้าแชมป์ 222 ล้านบาท