พสกนิกรเนืองแน่นรอรับเสด็จ ‘ในหลวง’ บางคนมาตั้งแต่เมื่อวาน สุดปีติ กราบถวายบังคมพระมหาบูรพกษัตริย์

พสกนิกรเนืองแน่นรอรับเสด็จ ‘ในหลวง’ บางคนมาตั้งแต่เมื่อวาน สุดปีติ กราบถวายบังคมพระมหาบูรพกษัตริย์

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชานุญาต ให้พสกนิกรชาวไทยเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระมหาบูรพกษัตริยาธิราช 9 รัชกาล ที่ประดิษฐานอยู่ในปราสาทพระเทพบิดร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาเข้ากราบถวายบังคมอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน บางคนนำพวงมาลัย ดอกไม้ มากราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นางกัญฉัฐฐ์ โค้วสมบูรณ์ ข้าราชการเกษียณ อายุ 60 ปี เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี ด้วยความตั้งใจมากราบถวายบังคมสมเด็จพระมหาบูรพกษัตริยาธิราช 9 รัชกาล กล่าวว่า วันนี้มาด้วยความรักและเทิดทูนต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 สุดหัวใจ แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลาย ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้มากราบถวายบังคม รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่ง โดยได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ใส่กรอบอย่างดีมาด้วย ตั้งใจนำมาชูเพื่อรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 10 และตั้งใจจะอยู่ถึงหัวค่ำเพื่อร่วมจุดเทียนมหามงคลถวายราชสดุดีในหลวง รัชกาลที่ 9

นางกัญฉัฐฐ์ โค้วสมบูรณ์ (กลาง)

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศรับเสด็จที่ด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง บริเวณประตูวิเศษไชยศรี ว่า มีพสกนิกรจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง หลั่งไหลมาเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่นบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง จากถนนหน้าพระลานล้นออกไปยังถนนราชดำเนินใน เต็มสองฝั่งข้างทาง หลายคนตั้งใจเดินทางมาปักหลักรอเฝ้าฯ รับเสด็จตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 4 ธันวาคม ทำให้ต้องนอนค้างคืนท่ามกลางอากาศหนาว นั่งช่วงกลางวันท่ามกลางอากาศร้อน แต่ก็อดทนรอได้ เพราะอยากแสดงความจงรักภักดี

นางปารณีย์ แป้นศรี อายุ 69 ปี ชาว อ.เมือง จ.พิษณุโลก ข้าราชการครูบำนาญ มาพร้อมกลุ่มเพื่อนรวม 4 คน ตั้งใจเดินทางมาแสดงความจงรักภักดีเนื่องในวันสำคัญนี้ให้ได้ กล่าวว่า ดิฉันและเพื่อนๆ เดินทางมาจากพิษณุโลกถึงหน้าพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 02.00 น. ในวันที่ 5 ธันวาคม มาถึงเมื่อคืนก็นอนที่นี่เลย ท่ามกลางอากาศหนาวและน้ำค้าง ส่วนกลางวันก็นั่งรอท่ามกลางอากาศร้อนหลายชั่วโมง แม้จะเคยอยู่สบายมาตลอด แต่ก็เป็นสิ่งที่อดทนได้ เพื่อจะได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

“วันนี้ดิฉันและเพื่อนๆ ตั้งใจมาทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธชินราช พระดังประจำจังหวัดพิษณุโลก ทำเทคนิคกะไหล่ทอง ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว แก่ในหลวง และพระราชินี เพื่ออยากถวายความจงรักภักดีในนามคนพิษณุโลก” นางปารณีย์ทั้งรอยยิ้ม

ปารณีย์ แป้นศรี (คนถือธงเหลือง)

ส่วน นายธนบดี ศรีเมือง อายุ 21 ปี ชาวเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มาปักหลักรอเฝ้าฯ รับเสด็จตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 4 ธันวาคม เล่าทั้งรอยยิ้มว่า ผมเดินทางมาลำพังจากบ้านพักย่านดอนเมือง อาศัยมาเจอเพื่อนพี่น้องเอาข้างหน้า ก็ไม่ผิดหวัง มาถึงก็เจอคนที่มีหัวใจเดียวกันทยอยมาปักหลักรอเฝ้าฯ รับเสด็จ ที่มาปักหลักรอเช่นกัน ทั้งนี้ แม้ต้องเจออากาศร้อน หนาว ต้องเหนื่อย แต่ก็หายเหนื่อยทันทีที่ได้เห็นทุกพระองค์ที่เสด็จฯ ผ่าน ผมได้เปล่งเสียงทรงพระเจริญ ได้แสดงความจงรักภักดี

“ผมตามเฝ้าฯ รับเสด็จบ่อยครั้ง เป็นความรักความผูกพัน ที่ครอบครัวสอนมาตลอด ไม่ต้องบังคับกัน ทั้งนี้ เป็นความประทับใจที่สุดในชีวิต ครั้งในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ เยี่ยมประชาชน ในโอกาสพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผมได้ทูลฯ ขอพรจากในหลวง เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 30 ตุลาคม 2563 พระองค์ได้พระราชทานพรให้ผมความว่า ขอให้มีความสุข ความเจริญ มีกำลังและทำงานให้ประเทศชาติ

อย่างไรก็ดี ผมน้อมนำมาปฏิบัติ และเพิ่มเติมในสิ่งที่ทรงพระอักษร ให้ช่วยเผยแพร่ความจริง” นายธนบดีกล่าว และว่าในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ แม้วันนี้จะไม่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว แต่ผมก็รำลึกถึงและน้อมนำคำสอนพระองค์มาปฏิบัติ เหมือนว่าพระองค์ไม่ได้ไปไหน เช่น คำสอนเรื่องความอดทน อย่างการปักหลักรอเฝ้าฯ รับเสด็จวันนี้ ความประหยัด ที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น คำสอนของพระองค์ทำให้จิตใจสงบ ไม่ว้าวุ่น

นายธนบดี ศรีเมือง

ทั้งนี้ บริเวณถนนหน้าพระลาน เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีกิจกรรมมากมาย อาทิ ชาวต่างชาติมาเป่าทรัมเป็ตบทเพลงพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อย่างเพลงยามเย็น และคณะศิลปินลำดาบอิสระจากทั่วประเทศ อาทิ อาจารย์อิงผานักลำดาบชื่อดังกว่า 20 ชีวิต มาทำการแสดงลำดาบ และแสดงศิลปะการต่อสู้ใช้ดาบและกระบี่กระบอง

ชมคลิป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สำนักพระราชวัง จัดอาหารพระราชทานมาบริการประชาชน ที่มาร่วมในพิธีจุดเทียนมหามงคลสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ ในวันที่ 5 ธันวาคม โดยมีเต็นท์อาหารพระราชทานตั้งอยู่ในสนามหลวงฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดให้บริการตั้งแต่ เวลา 04.00 น. เป็นต้นไป จนเสร็จพิธี และยังมีเต็นท์อาหารพระราชทานตั้งอยู่ในท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุฯ และฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ในส่วนนี้จะเปิดให้บริการ 4 รอบเวลา คือ 10.00 น. 12.00 น. 14.00 น. และ 16.00 น.

ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดเตรียมเทียน ที่รองน้ำตาเทียน และไม้ขีดไฟ 1 กล่อง ใส่ถุงให้แก่ประชาชน คนละ 1 ชุด และยังมีเข็มกลัดมอบให้แก่ประชาชนเก็บไว้เป็นที่ระลึกในพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ คนละ 1 เข็ม

เข็มกลัดพระราชทาน
ชุดรองเทียน เทียน และไม้ขีดไฟ

ประมวลภาพ

บรรยากาศกิจกรรมพิธีจุดเทียนมหามงคลสดุดีเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ช่วงเย็น มีพสกนิกรจากทุกสารทิศพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง มารอเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี โดยต่างจับจองพื้นที่ใกล้ลาดพระบาท จะบริเวณกลางท้องสนามหลวง ไปถึงเวทีประกอบพิธีเนืองแน่นทั้งสองฝั่ง โดยมีคนดัง อาทิ นีโน่-เมทนี บุรณศิริ พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง, ตุ๊ก-เดือนเต็ม นักแสดง มารอเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เชียงราย’ กลับถึงไทยแล้ว พร้อมเข้ากักตัวทันที รอบู๊ ‘สิงห์เจ้าท่า’
บทความถัดไปเชียงรายปิดสถานบันเทิง 4 แห่งผู้ติดเชื้อทำงานและไปใช้บริการ