‘รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ’ สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย ‘ในหลวง-พระราชินี’ ช่วยพสกนิกรพ้นภัยโควิด

‘รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ’ สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย ‘ในหลวง-พระราชินี’ ช่วยพสกนิกรพ้นภัยโควิด

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศไทย สร้างความเดือดร้อนทุกข์แสนสาหัสให้แก่ประชาชนทั้งในเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของอาณาราษฎรทุกหมู่เหล่า ดังที่ได้พระราชทานรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยที่สามารถทำการค้นหาผู้ป่วยตรวจหาเชื้อ ณ จุดที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19

แม้สถานการณ์ภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดจะยังหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ หากแต่ด้วยพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญ การวิเคราะห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่จำเป็นต้องดำเนินการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ทราบผลและจำนวนผู้ติดเชื้อ สามารถออกมาตรการหรือควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึง “พระราชทานรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ” แก่กระทรวงสาธารณสุข ใช้งานคู่กับรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ค้นหาเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ทราบผลรวดเร็ว แม่นยำ

รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ เป็นห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ มีพื้นที่ใช้สอย 16.8 ตารางเมตร (7 เมตร x 2.4 เมตร) ภายในประกอบด้วย 3 ห้องหลัก ได้แก่ ห้องสกัดสารพันธุกรรม ห้องเตรียมน้ำยาวิเคราะห์ และห้องวิเคราะห์ผลด้วยเทคนิค PCR มีห้องบัฟเฟอร์เพื่อควบคุมและป้องกันการรั่วไหลของเชื้อโรค พร้อมกับเครื่องมือที่ติดตั้งภายในรถ ได้แก่ ตู้ปลอดเชื้อ, ตู้ปฏิบัติงานพีซีอาร์ (PCR cabinet), เครื่องสกัดสารพันธุกรรมอัตโนมัติ, เครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส (real-time PCR) วิเคราะห์ได้ 70 ตัวอย่างต่อ 1 รอบต่อเครื่อง, ตู้แช่แข็ง -20 องศาเซลเซียส, ตู้ทำความเย็น 4 องศาเซลเซียส, ช่องส่งตัวอย่าง, เครื่องเขย่าผสมสาร, เครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน, ไมโครปิเปต (Micropipette), ระบบยูวีฆ่าเชื้อ, ระบบสื่อสารสองทาง, ระบบกล้องวงจรปิด และเครื่องล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติ

ด้วยสมรรถนะที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษนี้จึงทำให้สามารถทราบผลการตรวจหาเชื้อได้ภายใน 3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งผล กลับมาตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือห้องปฏิบัติการโรงพยาบาล และมีความปลอดภัยต่อบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสามารถตรวจได้ ประมาณ 800-1,000 ตัวอย่างต่อวัน ด้วยเทคนิคการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาโพลีเมอเรส หรือ PCR (Real Time Polymerase Chain Reaction) ช่วยให้การค้นหาผู้ติดเชื้อรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรค

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วยังพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดสูงสุดจึงได้มีการปรับยุทธวิธีในการตรวจเชิงรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อทั้งจังหวัด เพื่อนำตัวมากักแยกในโรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อต่อเนื่อง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง ดังนั้นสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง จึงได้นำรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทานจำนวน 1 คัน และรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทานอีกจำนวน 3 คัน พร้อมนักเทคนิคการแพทย์จิตอาสา ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้ขับเคลื่อนน้ำพระราชหฤทัยแห่งความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปยังพื้นที่ต่างๆของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเดินหน้าปูพรมเก็บตัวอย่างให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ชุมชนทุกแห่ง โรงงานทุกแห่งที่มีสภาพแออัดในการทำงาน เพื่อเสริมกำลังในการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลการตรวจในพื้นที่

ขณะที่พสกนิกรชาวจังหวัดสมุทรสาคร ที่มาเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและประทับเคียงข้างพสกนิกรในยามที่หัวใจร่วงโรยเพราะโรคร้ายที่เข้ามาเยือน น้ำพระราชหฤทัยทั้ง 2 พระองค์เปรียบดั่งแสงทองส่องสว่างที่สร้างความอบอุ่นหัวใจให้แก่ปวงพสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

นายบัวเรียน หลักชัย อายุ 59 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่พระองค์ทรงเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ และอุ่นใจที่พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือเพื่อที่ประชาชนจะได้อุ่นใจและการ์ดไม่ตก โดยที่ประชาชนร่วมมือกันให้ความร่วมมือกับทางราชการ ทั้งนี้ทราบข่าวมาจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ช่วยจัดเตรียมสถานที่บริเวณสโมสรของหมู่บ้าน ก็ดีใจที่พระองค์ทรงห่วง อยากให้ประชาชนอุ่นใจ สบายใจขึ้น จะได้รู้ว่าจากการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เราก็สามารถป้องกันได้ส่วนหนึ่ง จึงขอขอบคุณพระองค์ที่เป็นห่วงราษฎรทุกคน

ด้านนายทุย หมั่นมา อายุ 79 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ในหลวงทรงช่วยประชาชน พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวมาจากทางจังหวัดว่าจะมีการตรวจจึงได้เดินทางมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อยู่ปกครองประเทศชาติตลอดไป

ส่วน น.ส.จันทราทิพย์ ทองทับ อายุ 17 ปี ผู้เข้ารับการตรวจ กล่าวว่า รู้สึกขอบพระคุณที่พระองค์ทรงมีพระเมตตา พระราชทานรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ ตนทราบข่าวจากรถกระจายเสียงในหมู่บ้านบอกว่าใครสมัครใจก็สามารถมาตรวจได้ ขอบพระคุณพระองค์ที่ออกมาช่วยเหลือชาวจังหวัดสมุทรสาคร

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อัจฉริยะเข้าพบตร.หลังโดนหมายเรียกหมิ่นเจ้าพนักงานปมไลฟ์สดฉะ ‘บิ๊กตู่’
บทความถัดไปประจวบฯ ผ่อนปรนเปิดกิจการ แบบมีเงื่อนไข ยกเว้นบ่อนการพนัน ชี้ ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ไม่เกินเที่ยงคืน