เจ้าของรีสอร์ท จ.สระบุรี เผยศก.พอเพียง-เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักชัย “ทำให้ชีวิตมีภูมิคุ้มกัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงบ่ายของวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศยังคงเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะอากาศในช่วงบ่ายจะร้อนกว่าช่วงเช้า แต่ประชาชนก็คงไม่ย่อท้อยังคงทยอยเข้าแถวต่อคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ

นายรชต เจือประเสริฐ อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว 2 คน อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน สาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) และอายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) กล่าวว่า วันนี้ทางโรงเรียนของลูกสาวเป็นวันหยุดประจำปี จึงถือโอกาสพาลูกสาว 2 คนมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ เนื่องจากเคยตั้งใจจะมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ว่างไม่ตรงกันสักที เมื่อมีโอกาสจึงตัดสินใจมาทันที โดยเดินทางมาจากบ้านตั้งแต่เวลา 9.00 น.แล้วต่อรถเมล์ฟรีที่สถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน ใช้เวลาประมาณเพียง 30 นาทีก็ถึงพระบรมมหาราชวัง จากนั้นต่อแถวเพื่อเข้าถวายสักการะอีกประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ก็ไม่รู้สึกย่อท้อและเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อได้สักการะพระบรมศพแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ เพราะพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ อันเป็นเหมือนเข็มทิศและหลักชัยให้แก่ราษฎรในการดำรงชีวิต ซึ่งส่วนตัวก็ตั้งใจที่จะน้อมนำมาปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์

“ผมเกิดในปี 2512 ซึ่งเป็นปีแรกที่พระองค์ทรงเริ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อนที่จะขยายการดำเนินงานไปสู่ 4 พันโครงการอย่างในปัจจุบัน ทำให้ผมได้น้อมนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่มาประยุกต์ใช้ในชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยผมมีรีสอร์ตที่อ.ม่วงเหล็ก จ.สระบุรี ก็นำแนวคิดทั้ง 2 มาใช้ มีการปลูกผักสวนครัวนำมาใช้รับประทานภายในรีสอร์ต สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก รวมทั้งการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง พอประมาณ รู้จักอดออม มีสติและภูมิคุ้มกัน ซึ่งต่อจากนี้ไป ผมก็ตั้งใจจะขยายแนวคิดของพระองค์ท่านออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะการนำแปลงที่ดินที่เหลือจากการใช้งาน มาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ให้ขยายออกไปมากขึ้น และจะทดลองนำแนวคิดอื่นๆของพระองค์ท่านมาทดลองใช้ เพราะล้วนเป็นสิ่งที่ดี เป็นมงคลแก่ชีวิต ทำให้ชีวิตมีภูมิคุ้มกัน มีความสุข ความสบาย ไม่จน และไม่ลำบาก”นายรชต กล่าว

นายรชต และบุตรสาว
นายรชต และบุตรสาว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิชาการแนะรัฐตั้งองค์กรอิสระดูแลการแข่งขันธุรกิจป้องกันผูกขาด ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ หนุนเศรษฐกิจโตระยะยาว
บทความถัดไปคุยนอกจอ โดย เอกราช เก่งทุกทาง: ไม่ไหวอย่าฝืน