‘พระเถระ-ประชาชน’ ร่วมสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล เผยจัดสวดรอบต่อไป 4 ธันวาคม

201611051707045-20030315182530

เมื่อเวลา 16.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระเถรานุเถระในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 300 รูป ประกอบไปด้วยกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะฝ่ายปกครอง ในระดับต่างๆ ทั้งฝ่ายธรรมยุต และมหานิกาย และมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม และกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีพระผู้ใหญ่ เช่น พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม เข้าร่วม จัดโดยมหาเถรสมาคม (มส.) ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยใช้บทสวดสำหรับงานพิธีอวมงคล มีทั้งสิ้น 13 บท ประกอบด้วย ปุพพะภาคะนะมะกาโร, สะระณะคะมะนะปาโฐ, ปัพพะโตปะมะคาถา, อะริยะธะนะคาถา (ต่อ), อาทิตตะปะริยายะสุตตัง, สะติปัฏฐานะปาโฐ, ภาระสุตตะคาถา, ติลักขะณาทิคาถา, วิปัสสะนาภูมิปาโฐ, ปัฏฐานะมาติกาปาโฐ, ติอุทานะคาถา, ภัทเทกะรัตตะคาถา และภะวะตุ สัพพะมังคะลัง

201611051646342-20061002150127

ทั้งนี้ พสกนิกรได้มาร่วมสวดพระพุทธมนต์เป็นจำนวนมาก นั่งบนเก้าอี้พลาสติกสวดพระพุทธมนต์เต็มโดยรอบพระอุโบสถที่สำนักพระราชวังจัดให้ ขณะที่พสกนิกรที่มาสวดจะได้รับแจกหนังสือ “สวดพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ซึ่ง พ.ศ.ได้จัดพิมพ์หนังสือแจกจำนวน 5,000 ฉบับ แจกพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งจัดโดยสำนักพระราชวัง

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ปกติจะใช้ชื่อพิธีว่า “เจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” จัดทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสมกับงานพระราชพิธีที่ดำเนินอยู่บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ใช้ชื่องานว่า “พิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” และให้เปลี่ยนมาใช้บทสวดสำหรับงานพิธีอวมงคล มีทั้งสิ้น 16 บท ทั้งนี้ วันนี้เป็นการสวดพระพุทธมนต์เป็นครั้งแรก มีวัตถุประสงค์ต้องการถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ร่วมกับประชาชน ขณะที่การสวดพระพุทธมนต์รอบต่อไปวันที่ 5 ธันวาคม จะเลื่อนขึ้นมาวันที่ 4 ธันวาคมนี้ จึงขอเชิญชวนพสกนิกรมาร่วมสวดพระพุทธมนต์ในเวลา 16.00-17.00น. ที่พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

201611051722401-20030315182530

ขณะที่ นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า นอกจากการสวดพระพุทธมนต์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามทุกวันที่ 5 ของเดือนแล้วนั้น ทุกวันจันทร์ทุกวัดทั้วประเทศจะมีการสวดพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และศุกร์ทุกวัดทั้วประเทศจะมีการสวดเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างไรก็ดี ได้จัดโครงการอุปสมบททั่วประเทศ ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จำนวน 10,000 รูป แบ่งเป็นจังหวัดละ 89 รูป แต่ตอนนี้มีการแจ้งความประสงค์เกินกว่าจำนวนที่กำหนดแล้ว ซึ่งการบวชอุปสมบทครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และครั้งที่สองจะมีขึ้นในวันที่ 20 มกราคม เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) โดยอุปสมบทเป็นเวลาครั้งละ 9 วัน

นางสาวฉันทนา ดำรงสุนทรชัย วัย 58 ปี กล่าวว่า ตอนที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประชวร จะมาสวดมนต์ให้พระองค์ท่านหายจากอากาประชวร แต่ครั้งนี้เป็นการสวดมนต์ถวายครั้งแรกหลังจากสวรรคต ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถสวดได้จนจบหรือไม่

“ทุกครั้งที่รู้ว่ามีกิจกรรมที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่9 จะชักชวนเพื่อนๆ ไปร่วมเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกันนัดแนะเพื่อนๆ ที่เคยสวดมนต์ด้วยกันประมาณ 10คน ซึ่งทุกคนต่างก็ตั้งใจมาสวดมนต์ให้ เราทุกคนขอให้พระงค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย เพราะที่ผ่านมาพระองค์ท่านทรงเสียสละมามาก ทรงทำทุกอย่างเกินที่จะบรรยายได้หมด ซึ่งตัวเราเองก็ได้น้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านสอนมาใช้ด้วย อย่างเรื่องความพอเพียงในการดำรงชีวิต ทุกวันนี้ใช้จ่ายอย่างประหยัด และยังช่วยเหลือผู้อื่นบ้างตามสมควรด้วยการตั้งโรงทานตามวัดและโรงเรียนต่างๆ” น.ส.ฉันทนา กล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ

201611051727454-20030315182530

ด้าน นายอภิวัฒน์ เจริญราศรี วัย 60 ปี บอกว่า ทราบข่าวว่าจะมีพิธี สวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่วัดพระแก้ววันนี้ก็ตั้งใจเดินทางมาร่วมงาน โดยเดินทางมาจากบ้านย่านบางขุนเทียน แล้วเข้ามาหาที่นั่งภายในวัดพระแก้วตั้งแต่บ่าย 2 ขณะสวดมนต์ได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย พร้อมกันนี้ยังได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านในเรื่องความพอเพียงมาใช้ด้วย คือมีเท่าไหร่กินเท่านั้น ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่สุรุ่ยสุร่าย มีน้อยก็ใช้น้อย ไม่หยิบยืมให้มีหนี้สินติดตัว

นางรสริน เฉลิมธนทรัพย์ อายุ 40 ปี ชาวจ.สมุทรสาคร ซึ่งยังนั่งสวดพระพุทธมนต์ต่อหลังจากเสร็จสิ้นพิธี เล่าด้วยสีหน้าสดใสว่า ตนกำลังสวดบทธรรมจักรอยู่ เป็นบทที่สดประจำ แต่วันนี้พระไม่ได้สวด บทนี้ตนเชื่อว่าเป็นบทสวดใหญ่ที่สุด เพราะระบุถึงวัฏจักรชีวิต ทั้งนี้ วันนี้ตั้งใจมาสวดมนต์ถวายแดพระองค์อยู่แล้ว ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีพิธี ก็เลยถือโอกาสสวดมนต์และตั้งใจจะกลับมาสวดมนต์ที่นี่อีกในครั้งต่อๆไป

“ดิฉันสวดมนต์มาตั้งแต่สาวๆ จากจุดเริ่มต้นที่น้องมีคดีความ ก็สวดมนต์ภาวนามาเรื่อยๆ ปรากฏว่าคดีความจบลงด้วยดี จึงตั้งใจสวดมนต์มาตลอดนอกจากนี้ยังบวชชีพราหณ์ในโอกาสสำคัญ อย่างหลังพระองค์สวรรคต วันรุ่งขึ้นดิฉันก็ไปบวชชีพราหมณ์ 7 วันในวันถัดไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ ตลอดจนในหลวง รัชกาลที่ 5 และหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ และจากนี้ตั้งใจจะบวชชีพราหมณ์ทุกวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ”

สำหรับพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ครั้งต่อไปจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2559

รสริน เฉลิมธนทรัพย์
รสริน เฉลิมธนทรัพย์

201611051727456-20030315182530

S__4137170

S__4137169

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวนาศรีสะเกษเปิดท้ายขายข้าวง่ายๆ ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง คนอุดหนุนเยอะเพราะถูก
บทความถัดไปปริญญา เผย พบจิตอาสาเด็กสุด 6 ขวบช่วยเก็บขยะ- อิมเมจ The Voice รณรงค์งดใช้โฟม