คาดวันที่ 5-6 ธ.ค. พสกนิกรมากราบพระบรมศพแน่น เต็นท์อาหารพระราชทาน ‘ในหลวง ร.10’ เตรียมเพิ่มปริมาณอาหารรองรับ

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 3 ธันวาคม ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. โจ๊กหมูใส่ไข่ 1,500 ถ้วย กาแฟบาริสต้า 2,000 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. ต้มยำกุ้งเส้นบุก 1,500 ถ้วย ข้าวหน้าห่านพะโล 1,000 จาน ข้าวหมูทอดไข่ต้ม 1,000 จาน สลัดม้วน 600 ชิ้น ก๋วยเตี๋ยวหลอด 800 จาน ผัดหมี่ 2,500 จาน ขนมปังฝอยทอง 1,000 ชิ้น เบลเยี่ยมวาลเฟิล 1,000 ชิ้น ปลาร้าแห้ง 500 กระปุก ไอศกรีม 1,000 ถ้วยมื้อบ่าย 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วย 1,000ถุง ขนมหวาน 1,000 กล่อง ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ฯ เปิดเผยว่า ในวันที่ 5-6 ธันวาคมนี้ เนื่องในพระราชพิธีวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทางเต้นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ จะเพิ่มปริมาณอาหารที่นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้เพียงพอต่อประชาชนที่คาดว่าจะเดินทามากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ มีเด็กนักเรียนทุนจากมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิสยามมกุฎราชกุมาร” หรือ ม.ท.ศ. จำนวน 20 คนจากทั่วประเทศ ที่ได้สลับผลัดเปลี่ยนกันมาคอยบริการจิตอาสาให้แก่ประชาชนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดจนถึง100วัน อีกทั้งยังมีนักเรียนนายร้อยจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ นักเรียนายร้อยตำรวจ และ นักเรียนพยาบาลทุกเหล่า จำนวนกว่า50 นาย มาเป็นจิตอาสาบริการประชาชนอีกด้วย

Advertisement

นายธีรศักดิ์ เชียงหลง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนพระราชทานฯ มาเป็นจิตอาสาให้บริการเสิร์ฟอาหารและน้ำ กล่าวว่า ตนอยากมาทำจิตอาสา เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทย แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ไม่สามารถเทียบกับสิ่งที่พระองค์ทรงทำได้ แต่ตนอยากแสดงให้เห็นว่า เราคนไทยทุกคนรักกัน ช่วยเหลือกัน และไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เราทุกคนกำลังเศร้าโศกเสียใจ ที่สำคัญตนเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน จึงอยากจะทำความดีตอบแทนพระองค์ด้วยการช่วยเหลือสังคม

“แม้ผมจะเกิดมาไม่ทันเห็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงงานตามที่ต่างๆ แต่พ่อกับแม่จะเล่าให้ฟังเสมอว่า พระองค์ทรงงานหนัก แม้ในยามที่มีพระอาการประชวรก็ยังไม่หยุด ที่เรามีวันนี้ได้ เพราะพระองค์ทรงสร้างสิ่งต่างๆ ไว้ให้พวกเราแล้ว โดยพระองค์จะสถิตย์อยู่ในใจพวกเราเสมอ” นายธีรศักดิ์ กล่าวด้วยความตื้นตัน

 

ธีรศักดิ์ เชียงหลง
ธีรศักดิ์ เชียงหลง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทาน มาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน ที่เต๊นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ที่ย้ายจากเต๊นท์ที่ 11 โซนเหนือ เต๊นท์มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนรอบในของท้องสนามหลวง ฝั่งเยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ มาตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนาม ฝั่งทิศเหนือ ปากทางทางเข้าที่ประชาชนจะเดินมารอเข้าแถวภายในเต๊นท์ก่อนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เยื้องจากเต๊นท์เดิมประมาณ 50 ม. เป็นวันแรก เนื่องจากมีการจัดพื้นที่ใหม่เพื่อเตรียมสร้างพระเมรุมาศ

โดยในวันนี้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองผลัด และโรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก จำนวน 20 คน มาให้บริการดูแลสุขภาพประชาชน ระหว่างเวลา 09.00-20.00 น. โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนส่วนใหญ่มีอาการปวดหัว ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ และมีอาการคล้ายจะเป็นลม เข้ามารับการรักษา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image