ชาวเผ่าเยอกว่า 50 คนเข้ากราบพระบรมศพ ปิติ ‘ในหลวงร.9-พระราชินี’ สร้างความร่มเย็นให้ถึงทุกวันนี้

ชาวเผ่าเยอ

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 74

การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพเป็นวันที่ 20 สำหรับในวันนี้ มีหน่วยงานต่างๆในกระทรวงคมนาคม อาทิ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, สถาบันการบินพลเรือน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไท และหน่วยงานต่างๆในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สำนักงานรัฐมนตรี, สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, กรมควบคุมมลพิษ, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, องค์การจัดการน้ำเสีย ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนต่างใช้ช่วงเวลาก่อนหยุดเทศกาลปีใหม่ เดินทางมาสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้าตรู่ โดยสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าประตูวิเศษไชยศรีในเวลา 04.45 น. เมื่อกราบสักการะแล้วประชาชนยังคงได้รับข้าวพอเพียงจากสำนักนายกฯ และน้ำดื่ม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้จัดเต็นท์หลบร้อนสำหรับให้ประชาชนที่รอรถประจำทางด้านหลังประตูเทวาภิรมย์ด้วย

 

S__70508557

S__70508564

S__70508568

 

นางสาวณัทธดี เสาร์สอน อายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาเป็นครั้งที่ 4 และ นางสาวฉวี ปะสาวะแก อายุ 38 ปี ที่เดินทางมาเป็นครั้งแรก พยาบาลโรงพยาบาลพญาไท 2 ที่อาศัยอยู่ย่านพญาไท กรุงเทพฯ ซึ่งใช้โอกาสวันหยุดมาสักการะพระบรมศพ โดย นางสาวณัทธวดี กล่าวว่า แม้จะมาแล้วหลายครั้งแต่ความรู้สึกยังคงตื้นตันเหมือนเดิม มาทีไรก็เศร้าทุกครั้ง แม้ว่าคนจะเยอะมากมายแค่ไหนแต่บรรยากาศกลับสงบเงียบเป็นการไว้อาลัยพระองค์ ทำให้รู้สึกอยากมาเรื่อยๆ ที่ผ่านมาหากมีโอกาสจะฟังพระราชดำรัสของพระองค์เสมอ โดยเฉพาะวันเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะจับประเด็นไหนได้ สำหรับตนยึดหลักคำสอนเกี่ยวกับครอบครัว ที่พระองค์ทรงสอนให้พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ทรงเสียสละมากมาย เวลาเสด็จฯไปต่างจังหวัดก็ได้เห็นพระองค์ใกล้ชิดประชาชน

ด้านนางสาวฉวี กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพยาบาล ได้ยึดหลักความซื่อสัตย์ การเสียสละ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างที่พระองค์ทรงสอนไว้ เวลาเห็นคนไข้ดีขึ้นเราก็มีความสุข เวลาที่คนไข้อาการแย่เราก็เจ็บไปด้วย นี่คือหลักการทำงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพระองค์ และยังถือเอาความพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันด้วย

นายชัยยุทธ เปรี่ยมพิมาย อายุ 40 ปี และนางคณิตา ทิพย์โอวาท อายุ 41 ปี ซึ่งพาลูกสาวด.ญ.ณัฐชยพร เปรี่ยมพิมาย อายุ 12 ปี จากปากน้ำ สมุทรปราการโดยนางคณิตาเป็นตัวแทน กล่าวว่า มาเข้าคิวตั้งแต่ตอนตี 4 และได้เข้าไปสักการะตอน 9 โมงเช้า แม้จะรอนานแต่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอย่างไร วันนี้ทุกคนต่างลางานและลาโรงเรียนมาสักการะสักครั้งหนึ่ง ก็รู้สึกตื้นตัน เป็นประสบการณ์ชีวิตครั้งหนึ่งของคนไทย แค่เข้าเขตพระบรมมหาราชวังก็รู้สึกเย็นวาบในใจ มีน้ำตาไหลออกมา เมื่อกราบสักการะแล้วก็ยังหันกลับไปมองอีกครั้ง

“ก่อนจะเข้ามาทำงานสมุทรปราการ เขาหินซ้อน ฉะเชิงเทรา ซึ่งได้มีโครงการพระราชดำริที่เห็นผลชัดเจน จากดินแดงธรรมดาที่เพาะปลูกอะไรไม่ได้ ทุกวันนี้ก็สามารถเพาะปลูก สร้างรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้น เป็นเรื่องจริงใกล้ตัวที่เราสัมผัสได้ จึงยึดหลักพอเพียงนี้มาใช้เป็นพิเศษ ทั้งประหยัด อดออม และก็สอนลูกให้รู้จักความพอเพียง เพื่ออนาคตของเขาด้วย” นางคณิตา กล่าว

นางสุภาพร โยธี อายุ 42 ปี พร้อมสามี นายชันชา บุญโย อายุ 47 ปี อาชีพทำนา และลูกสาว ด.ญ.สุพิชญา โยธี 9 ปี ชาวเผ่าเยอ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รวมตัวเผ่าเยอกว่า 50 คน ด้วยใจที่อยากจะกราบสักการะพระบรมศพในหลวงร.9  ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพวกเราชาวเผ่าเยอ ดังหลักฐานทางภาพถ่ายและวิดีโอ ที่พระองค์เสด็จฯ ทอดกฐิน ที่วัดปราสาทเยอ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการส่วนพระองค์ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2514 สร้างความร่มเย็นให้กับพวกเราชาวเผ่าเยอจนถึงทุกวันนี้ สำหรับวันนี้เป็นความตื้นตันที่ได้รับข้าวเปลือกพระราชทาน โดยจะนำไปบูชาและอีกส่วนนำไปเป็น

นางสาวเก็จวดี กลขุนทศ อายุ 20 ปี ชาวเผ่าเยอ กำลังศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เผยว่า ชื่นชมในหลวง ร.9 ในเรื่องของความซื่อสัตย์ เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงแข่งเรือใบ โดยพระองค์ทรงออกเรือก่อน เพราะทรงเข้าพระราชหฤทัยสัญญาณผิด และเมื่อรู้ว่าผิดจึงทรงกลับมาเริ่มต้นใหม่ ทำให้ตนประทับใจและยึดถึงเรื่องความซื่อสัตย์ไว้ในใช้ในชีวิตประจำวัน

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
นายชัยยุทธ และครอบครัว
นางสาวเก็จวดี
นางสาวเก็จวดี
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
นางสาวณัทธดี และนางสาวฉวี
สุภาพรและครอบครัว
สุภาพรและครอบครัว
บทความก่อนหน้านี้เปิดปีแรก ‘ดอยผาหมี’ แหล่งเที่ยวใหม่ในแม่สาย สร้างรายได้ชุมชน ลบภาพหมู่บ้านยาเสพติด
บทความถัดไปพศ.ชง ‘ออมสิน’หารือ ‘หมอธี’ หาข้อยุติ ‘ป.ธ.9’เทียบเท่าวุฒิป.เอก หลังครม.ให้คุย’ศธ.’เหตุเห็นต่างหน่วยงานอื่น