พสกนิกรภูมิใจ ‘ ในหลวง ร.9’ ทรงสร้างสิ่งต่างๆเพื่อให้คนไทยสุขสบาย ชวนคนไทยรักกัน-รู้หน้าที่

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ประชาชนภายหลังกราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

นางสาววิภาวดี โสสุทธิ์ อายุ 36 ปี อาชีพเสริมสวย พร้อมด้วยนางวาริน พรหมรังษี อายุ 35 ปี และ น.ส.พรทิพย์ ฤกษ์ศรี อายุ 32 ปี โดยทั่ง 3 มีอาชีพเดียวกัน ร่วมกันกล่าวว่า ตนทั้ง 3 คน เพิ่งเรียนเสริมสวยสำเร็จและได้ทำงานร้านเสริมสวยที่เดียวกัน อยู่ที่เคหะเมืองใหม่บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเลิกงานเมื่อคืนก็เตรียมตัวกันมา โดยวันนี้ขอหยุดงาน 1 วัน ตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 สักครั้ง โดยมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 03.00 น.เพื่อมารอเข้าคิวขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ

“ตื่นเต้นมากที่ได้มาวันนี้ ถือเป็นครั้งแรก พอก้าวเข้าประตูพระบรมมหาราชวัง ได้ยินเสียงปีพาทย์ เสียงกลองดัง ก็จุก น้ำตาไหล คิดถึงพระองค์ ตื้นตันใจที่ได้มา และดีใจที่เห็นคนไทยมากราบพระองค์เยอะมาก ที่ผ่านมาก็ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ โดยเฉพาะหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านต่างจังหวัดของพวกเราก็ปลูกผักเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ไว้กินเอง ประทับใจพระองค์ในเรื่องความประหยัด ในการใช้ยาสีฟัน ที่พระองค์ทรงทำเป็นแบบอย่าง ซึ่งพวกเราก็ได้นำมาปรับใช้ และภูมิใจที่ในหลวง ร.9 ได้ทรงสร้างสิ่งต่างๆไว้หลายอย่าง และมีโครงการในพระราชดำริหลายอย่างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนไทยได้ใช้ดำเนินชีวิตที่สุขสบาย บอกไม่ถูกว่ารักในหลวง ร.9 แบบไหน รู้แต่ว่ารักพระองค์มาก รักแบบพ่อที่ประเสริฐที่สุดที่คอยดูแลลูก ๆ ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และอยากให้คนไทยรักกันและรู้หน้าที่ของตนเองเหมือนกับที่พระองค์ท่านยังอยู่”

ด้านเด็กชายณัฐวุฒิ เหมือนวดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวระหว่างนั่งรอเพื่อเข้ากราบสักการถพระบรมศพ จึงได้เขียนเรียงความพร้อมกับเพื่อน ๆ ว่าเดินทางมาพร้อมกับคุณครู 7 คน และเพื่อนๆนักเรียนรวม 20 คน เดินทางมาตั้งแต่ตี 5 ของวันที่ 25 ธันวาคม และมาถึงท้องสนามหลวงตี 2 เพื่อเข้าคิวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

“รู้สึกดีใจมากที่ได้เดินทางมาวังของในหลวง ร.9 และได้เขียนเรียงความ เรื่อง การทำความดี เช่น การมีจิตอาสา การแบ่งปัน การมีความขยันอดทน และมีความพยายาม ทำอะไรต้องมีความอดทน ผมจะนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ เช่น ความพอเพียง สิ่งไหนไม่ควรซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ผมอยากให้มีในหลวงแบบนี้ตลอดไป ไม่อยากเสียในหลวงไป ส่วนโตขึ้นอยากเป็นทหารจะได้ปกป้องประเทศชาติ” ด.ช.ณัฐวุฒิ กล่าว

นางละม่อม สุโกเพชร  อายุ 74 ปี  เดินทางมาจาก จ.นครปฐม พร้อมชาวบ้านอีก 45 คน เผยว่ามารอเข้าแถวตั้งแต่ตี 2  สมาชิกที่มาด้วยกันล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุ  ทั้งหมดเตรียมร่างกายมาพร้อมเพื่อเข้ามาสักการะพระบรมศพให้สมกับที่ตั้งใจเอาไว้

“ตอนที่เสด็จสวรรคตไปครบ 7 วัน  ก็นั่งรถมาแจกอาหารที่สนามหลวง  มาอยู่รอบๆพระบรมหาราชวังก็ยังดี  พอรู้ว่าจะมีการพามากราบสักการะพระองค์ ก็รีบเตรียมเสื้อผ้า พักผ่อนให้เต็มที่ ได้เข้ามาแล้วรู้สึกปลื้มใจมาก และสำนึกในทุกๆ อย่างที่ทรงทำให้คนไทย  อย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ทุกวันนี้เวลาได้ฟังเพลงที่ร้องถึงพระองค์ ก็ยังจุก จะร้องไห้ เพราะคิดถึงพระองค์เสมอ เห็นรูปพระองค์ที่บ้านยังรู้สึกว่าพระองค์ยังอยู่กับเราเสมอ  ทรงอยู่ในใจไม่ไปไหน ” นางละม่อมกล่าว

ด้านนางสำอาง เนรทอง วัย 73 ปี  ชาวนครปฐม  เผยว่า เรื่องที่นึกถึงเสมอคือการทำฝนหลวง สำหรับตัวเองคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่คนๆหนึ่งจะทำให้ฝนตกในที่ที่ต้องการได้  ทรงต้องใช้ความพยายามมากและมีพระอัจฉริยภาพมากจริงๆ กว่าจะทำได้ขนาดนี้ จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทุ่มเทเพื่อคนไทยมาตลอด

 

ณัฐวุฒิ เหมือนวดี
ณัฐวุฒิ เหมือนวดี
ละม่อม (ที่ 2 จากซ้าย) สำอาง (คนกลาง)
ละม่อม (ที่ 2 จากซ้าย) สำอาง (คนกลาง)
วิภาวดี และเพื่อน
วิภาวดี และเพื่อน

S__70508567 S__70508564 S__70508562

บทความก่อนหน้านี้อุทัยธานีเปิดศูนย์ป้องกันลดอุบัติเหตุ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : น.4 : ภาพข่าวสังคม : ประจำวันที่ 26 ธค