แม่ลูกชาวม้งสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘ในหลวง ร.9’ ช่วยชาวเผ่ามีชีวิตที่ดี อยู่ร่มเย็นเป็นสุข

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 85 พสกนิกรจากทั่วทั้งประเทศยังคงหลั่งไหลมาต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

นางขวัญเมือง เรืองลคร อายุ 62 ปี จาก จ.สิงห์บุรี เผยว่า เดินทางออกจากบ้านเวลา 04.00 น. และมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพได้ในเวลา 09.00 น. ในวันนี้อากาศดี เป็นใจ ทำให้ไม่รู้สึกออ่อนเพลีย โดยก่อนหน้านี้ได้ติดตามข่าวมาว่าต้องรอนาน ก็เตรียมตัวมาอย่างดีคิดว่าถ้ามาแล้วร้อนมาก หรือฝนตก ก็จะอดทนเพื่อเข้าไปกราบพระองค์ให้ได้สักครั้ง

“วันนี้มากับญาติๆ เพื่อนบ้านชาวไร่ชาวนาอีก 13 คน เราตั้งใจอยากจะมาตั้งแต่วันแรกๆ แล้วแต่ดูข่าวแล้วอยากให้คนจังหวัดไกลๆ ได้มาก่อนดีกว่า และเมื่อได้เข้าไปกราบสักการะตนรู้สึกว่าข้างในสวยมากเหมือนสรวงสวรรค์ ซึ่งตนได้อฐิษธานให้พระองค์ได้ไปอยู่สวรรค์ข้างบนนั้น และขอบคุณที่พระองค์ทำทุกอย่างที่มีประโยชน์ให้แก่ปวงประชาชน แม้แต่ปัจจุบันไม่ว่าตนจะทำอะไรก็ได้ผลดีตลอด แต่เมื่อสมัยก่อนอยูที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี แห้งแล้งมากๆ ทำนาไม่ขึ้นเลย จนพระองค์มาสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ น้ำก็มีใช้ในการเกษตรตลอด ทั้ง จ.สิงห์บุรี และ จ.ลพบุรี ก็ทำนาทำไรได้ผลตลอดทั้งปี เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมอบให้ตัวเองและชาวบ้านมีความสุขจนทุกวันนี้” นางขวัญเมือง กล่าวน้ำตาคลอ

สองแม่ลูกเผ่าม้ง จาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย นางอังธิกา วัจน์นาถรุ่งโรจน์ อายุ 37 ปี และลูกสาว น.ส.ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์ ใส่ชุดประจำเผ่าม้งอย่างสวยงามมาพร้อมกับเพื่อนชาวเผ่าอีก 100 กว่าคน เดินทางจากบ้านมาตอนบ่ายสามของวันที่ 25 มกราคมและมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพในช่วงเช้าทันที เผยด้วยรอยยิ้มว่า ดีใจที่ได้เข้ามากราบเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต จะเอาเรื่องราวของพระองค์ และการเดินทางในวันนี้ไปเล่าต่อให้ลูกหลานๆ ในอนาคต

Advertisement

“พระองค์ไม่เคยเสด็จฯมาที่เชียงของ แต่เราก็ได้ยินเรื่องที่ทรงไปช่วยเหลือชาวเผ่าในที่สูงให้มีชีวิตที่ดี มีโครงการหลวงพัฒนาชุมชน ทำให้เราที่อยู่นั่นภูมิใจที่ได้เกิดมาในประเทศไทย ได้อาศัยอยู่ในประเทศที่มีอิสระเสรี ร่มเย็นเป็นสุข มีพระมหากษัตริย์ ที่มีพระเมตตาสูงมาก อนาคตเราคิดเตรียมไว้นะว่าถ้าได้อยู่ถึงวัยที่มีหลาน เป็นคุณย่าคุณยาย จะคอยเล่าเรื่องของพระองค์ให้เขาฟัง และเล่าเรื่องวันนี้ที่บรรพบุรุษพร้อมใจกันมาสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พวกเรารักให้คนรุ่นหลังไม่ลืมพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์” นางอังธิกา กล่าว

ส่วนลูกสาว น.ส.ศรสวรรค์ นักเรียนชั้นม.4 จากโรงเรียนเทศบาล 6 จ.เชียงราย เล่าความรู้สึกเพียงสั้นๆว่า ได้เรียนรู้เรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระองค์ตั้งแต่เรียนประถม คุณครูจะเล่าให้ฟังตลอด รู้สึกว่าพระองค์เป็นคนเก่งมากๆ ทำงานและโครงการต่างๆ ให้แก่คนไทยอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้จะเป็นคนรุ่นหลังไม่เคยได้รับเสด็จพระองค์ แต่ในวันนี้รู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้มา และจะเก็บเอาประสบการณ์และความทรงจำกลับไปเล่า แนะนำให้เพื่อนๆ ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ในฐานะคนไทยที่เกิดในรัชกาลที่ 9 สักครั้ง

น.ส.จุฑามาศ อรุณโชติ และนายธีรพงศ์ ภูมิสุข 2 ตัวแทนนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเฉลิมพระเกียรตินครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงความรู้สึกร่วมกันว่า รู้สึกประทับใจทีได้เข้ากราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก ถึงแม้จะรอนานและระยะเวลาที่กราบจะไม่ถึงนาที แต่ก็เป็นเวลาที่คุ้มค่าอย่างมากจึงรู้สึกประทับใจที่ได้มาใกล้ชิดพระองค์ ถือเป็นสิริมงคลที่สุดในชีวิต ซึ่งภายหลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคต ก็ทำให้พวกตนรับรู้ว่าพระองค์ทำอะไรไว้ให้กับคนไทยบ้าง และที่นำมาปฏิบัติก็จะเป็นเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทางโรงเรียนได้สอนให้นักเรียนปลูกผัก เพาะเห็ด ซึ่งหลายคนนำความรู้ไปทำที่บ้านเพื่อไว้กินเองเหลือก็ขาย รวมถึงเรื่องความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครู-อาจารย์ และผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือช่วงที่เราลำบาก และต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการใช้จ่ายอย่างพอเพียง และมีความยันอดทนเพราะไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ จึงต้องมีความมุ่งมั่นพยายาม

 

ขวัญเมือง เรืองลคร
ขวัญเมือง เรืองลคร
จุฑามาศ อรุณโชติ (คนที่ 3) ธีรพงศ์ ภูมิสุข (ขวาสุด)
จุฑามาศ อรุณโชติ (คนที่ 3) ธีรพงศ์ ภูมิสุข (ขวาสุด)
อังธิกา- ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์
อังธิกา- ศรสวรรค์ วัจน์นาถรุ่งโรจน์
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image