พสกนิกรหลั่งไหลสักการะพระบรมศพ ยอดวานนี้สูงสุดถึง 7.3 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 27 กันยายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 293 อาทิ ข่าวในพระราชสำนักช่อง 3 5 7 9 เอ็นบีที ไทยพีบีเอส นิสิตเก่าอักษรจุฬาฯ รุ่น 32 (พ.ศ.2507) ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ ฯลฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

สำนักพระราชวังแจ้งสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ เมื่อวันที่ 26 กันยายน หลังปิดการขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 04.10 น. ของวันที่ 27 กันยายน ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 73,889 คน รวม 328 วัน มี 11,334,277 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,222,552.75 บาท รวม 328 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 839,463,722.76 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 329 ประชาชนจากทั่วประเทศแต่งกายชุดสีดำสุภาพ ทยอยเดินทางมาต่อแถวรอกราบสักการะพระบรมศพไม่ขาดสายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งภายหลังเปิดให้เข้ากราบประมาณช่วงเวลา 05.00 น. ประชาชนที่ปักหลักค้างคืน และมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้ามืดต่างทยอยมาต่อแถวจนยาวยาวล้นออกนอกสนามหลวงหลายกิโลเมตร แม้วำนักพระราชวัง จะประกาศขยายเวลาเข้ากราบพระบรมศพวันสุดท้าย จากกำหนดเดิมวันที่ 30 กันยายน เป็นวันที่ 5 ตุลาคม เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 กันยายน

นายมาโนช บันเทากัน อายุ 35 ปี ชาวอ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มาพร้อมภรรยา ลูกหลาน และครอบครัวรวม 5 คน ถึงท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 03.00 น. ได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพในเวลา 09.30 น. กล่าวด้วยสีหน้าปลาบปลื้มใจว่า รู้สึกดีใจที่ได้เข้ากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาไม่มีโอกาส พอทราบว่าใกล้ปิดให้เข้ากราบพระบรมศพจึงรีบเดินทางมาก่อน แม้ว่าจะทราบเมื่อคืนว่าสำนักพระราชวังประกาศขยายวันปิดเข้ากราบเป็นวันที่ 5 ตุลาคมแล้ว แต่ช่วงนั้นเด็กๆ อยู่ในช่วงสอบเตรียมปิดภาคเรียนพอดี คงไม่สะดวกมา ทั้งนี้ ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป มีอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรทำไร่ทำนา จึงน้อมนำคำสอนด้านการเกษตรของพระองค์มาประยุกต์ปฏิบัติใช้ อย่างเรื่องการทำปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเป็นประโยชน์มากกับตนและเพื่อนๆ เกษตรกร จึงรู้สึกเทิดทูนว่าพระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรมาก

มาโนช บันเทากัน และลูกหลาน

ขณะที่ นางสาวจารุณี โกษาจันทร์ อายุ 44 ปี ชาวอ.ภูเรือ จ.เลย มาพร้อมลูกและญาติรวม 7 คน ถึงท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 02.00 น. ได้ขึ้นกราบพระบรมศพเวลา 08.00 น. กล่าวด้วยแววตาเศร้าหมองว่า เพิ่งมีโอกาสมากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก รู้สึกดีใจ ซาบซึ้งใจ เพราะตั้งใจจะมาตั้งนานแล้ว พอได้เข้าไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ความรู้สึกต่างจากการดูข่าวในพระราชสำนัก เพราะตื่นเต้น มีความสุขมากกว่ามาก

“ดิฉันยังไม่ทราบว่าสำนักพระราชวังประกาศขยายเวลาเข้ากราบพระบรมศพเป็นวันที่ 5 ตุลาคมแล้ว ซึ่งหากมีโอกาสก็อยากจะกลับมากราบพระบรมศพอีกครั้ง อย่างไรก็ดี โอกาสนี้ขอทำความดีถวายพระองค์ อย่างขณะนี้ดิฉันและลูก 2 คน คนโต 7 ขวบ และคนเล็ก 4 ขวบ ไปสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจฯในอำเภอภูเรือแล้ว ก็สมัครเป็นจิตอาสาแจกดอกไม้จันทร์ในวันที่ 26 ตุลาคม” นางสาวจารุณีกล่าวทั้งน้ำตาซึม

จารุณี โกษาจันทร์

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้ฟังหรือยัง!! ‘บิ๊กตู่’โชว์ 2 เพลง จับมือมองตา’บิ๊กป้อม’ชื่นมื่น ‘คนดีไม่มีวันตาย'(คลิป)
บทความถัดไป‘แอนดริว’แจงข่าวเรื่องเยอะ บอกต้องเคลียร์อุปสรรคในการทำงาน ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่เป็นการทรยศอาชีพ