พสกนิกรรวมใจกราบสักการะพระบรมศพวานนี้นับ 6 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 28 กันยายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 294 อาทิ ศ.พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต มูลนิธิธรรมสิริบูรณ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศล

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน หลังปิดการขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.15 น. ของวันที่ 28 กันยายน จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอกราบสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 60,928 คน รวม 329 วัน มี 11,395,205 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 6,909,646 บาท รวม 329 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 846,373,368.76 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 330 พสกนิกรจากทั่วประเทศเดินทางมาต่อแถวพระบรมศพอย่างไม่ขาดสายท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าวตลอดทั้งวัน ส่วนใหญ่เดินทางมาปักหลักค้างคืนตั้งแต่เวลา 02.00 น. เพื่อรอกราบสักการะในช่วงเช้าตรู่ ทั้งนี้ เนื่องจากสำนักพระราชวังประกาศขยายเวลาจากเดิมเป็นวันที่ 5 ตุลาคม ประชาชนก็ยังเดินทางมาอย่างต่อเนื่องจนหางแถวจรดหน้าบริเวณโรงแรมรอยัลรัตนโกสินทร์

นางสำรวย อ่อนละมุน เดินทางมาจากจังหวัดสุโขทัย อายุ 49 ปี กล่าวว่า แม้เดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 6 แล้วแต่ยังคงตื้นตันใจและอาลัยถึงพระองค์ทุกครั้ง วันนี้เดินทางมาพร้อมคณะลูกเสือชาวบ้านและชาวบ้านในจังหวัดสุโขทัยกว่า 2 รถบัส ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ก่อนได้เข้ากราบพระบรมศพตอน 09.30 น. นับว่าเป็นครั้งที่รอนานที่สุดแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อใจแม้แต่น้อย
“ส่วนตัวมีอาชีพทำนาปลูกข้าว ทำไร่ปลูกอ้อยก็พยายามน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ พยายามสอนให้ลูกเห็นพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความเพียรและอดทน เพราะแม้พระองค์ทรงงานหนัก แต่ไม่เคยหยุดทำเพื่อประชาชน ทรงเหนื่อยมามาก จึงอยากให้คนไทยรักและสามัคคีกัน น้อมนำความพอเพียงมาใช้กับชีวิต” นางสำรวย กล่าว

สำรวย

ด้าน น.ส.อภัสนันท์ สุขพร้อมผล อายุ 37 ปี และนายกฤษณะชัย สงวนความดี อายุ 38 ปี สองสามีภรรยาจากย่านบางขุนนนท์ กทม. นำเข็มกลัดเลขเก้าไทย และเข็มกลัดพร้อมข้อความ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙” กว่าพันชิ้นมาแจกให้กับประชาชนที่มากราบพระบรมศพ เผยว่า เคยมีโอกาสกราบพระบรมศพครั้งเดียว แต่ได้นำเข็มกลัดมาแจกประชาชนตั้งแต่ช่วงแรกๆ และครั้งนี้ด้วยรวมทั้งหมด 5,000 ชิ้น เพราะอยากให้ประชาชนได้มีของเก็บไว้เพื่อระลึกถึงพระองค์

อภัสนันท์ และนายกฤษณะชัย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขีดเส้น15วัน’พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์’ส่งหนังสือแจงกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีพา’ปู’หนี
บทความถัดไปเผยโฉม’แผนที่น้ำ’ ครั้งแรกบนดวงจันทร์