พสกนิกรล้นสนามหลวงรอกราบพระบรมศพ 5 วันสุดท้าย

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากเดิมวันที่ 30 กันยายน ออกไปเป็นถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 5 ตุลาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วสารทิศ ทุกเพศ ทุกวัยทุกสาขาอาชีพ ต่างพร้อมใจกันแต่งกายชุดสีดำสุภาพเดินทางมาเข้าคิวรอกราบสักการะพระบรมศพอย่างเนื่องแน่น เป็นวันที่ 333 ซึ่งวันนี้ นับเป็นวันแรกของการขยายวันเข้ากราบสักการะพระบรมศพ และเหลือเพียง 4 วันเท่านั้น โดยบางคนออกจากภูมิลำเนาตั้งแต่ช่วงกลางคืนของวันที่ 30 กันยายน มาถึงสนามหลวงประมาณตี 2 ตี 3 และทยอยมาเข้าแถวกันอย่างต่อเนื่องจนท้ายแถวยาวไปถึงภูเขาทอง และด้านหน้าสวนสราญรมย์เลยไปถึงคลองหลอด ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาออกมา ทำให้ได้มีโอกาสมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะปิดไม่ให้เข้ากราบพระบรมศพในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ แม้ในช่วงสายๆ จะมีฝนโปรยปรายลงมาแต่ทุกคนก็ไม่ย่อท้อแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันนี้นับเป็นวันแรกที่สำนักพระราชวังปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม สำนักพระราชวังจึงได้เปลี่ยนให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพทางประตูวิเศษไชยศรี ตรงเข้ามาทางประตูพิมานไชยศรี ผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และเดินเข้าทางประตูด้านข้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ทั้งนี้  สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 30 กันยายน ตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ว่า  มีจำนวนทั้งสิ้น 64,700 คน รวม 332 วัน มี 11,564,102 คน  และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,048,937.25 บาท รวม 332 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 860,329,098.51 บาท

นางมัทนา ภู่เพชร (ที่สองจากซ้าย) และครอบครัว

นางมัทนา ภู่เพชร อายุ 33 ปี เดินทางมาจาก จ.นครสวรรค์พร้อมครอบครัวอีก 4 คน โดยเหมารถกันมาตั้งแต่ 2 ทุ่มของวันที่ 30 กันยายน มาถึงสนามหลวง 4 ทุ่ม ได้เข้ากราบสักการะตอน 8 โมงเช้า กล่าวด้วยความตื้นตันใจที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรกว่า ตั้งใจมากราบพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้มาไม่ได้เพราะติดธุระที่บ้าน เมื่อได้ทราบข่าวจากสำนักพระราชวังว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาถึงวันที่ 5 ตุลาคม ตนและครอบครัวก็วางแผนกันเดินทางมาในวันนี้ นับเป็นบุญของครอบครัวมาก รวมทั้งลูกชายวัย 2 ขวบได้กราบพระบรมศพในหลวง ร.9 เป็นครั้งสุดท้ายก่อนถึงวันถวายพระเพลิง

นางทัศนันท์ อุณฑุโร (ที่สองจากขวา) และครอบครัว

นางทัศนันท์ อุณฑุโร อายุ 58 ปี ชาวอ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพกับครอบครัวอีก 9 คน มาต่อแถวรอตั้งแต่ 3 ทุ่มของวันที่ 30 กันยายน รอ 11 ชั่วโมงถึงได้เข้าสักการะพระบรมศพ กล่าวว่า แม้จะรอนานแต่ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อ เพราะจิตใจจดจ่อพระองค์เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้มาเพราะติดเลี้ยงหลาน แต่เมื่อหลานปิดเทอมแล้วจึงพากันมาทั้งครอบครัว รวมทั้งหลานอีก 2 คนด้วย รู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยของในหลวง ร.10 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายวันเข้ากราบเพิ่ม เพราะถ้าไม่ขยายวันเพิ่มก็คงจะไม่ได้มา

“ดิฉันรักพระองค์ตรงที่พระองค์ทรงรักประชาชน อีกทั้งยังทรงสร้างอะไรหลายๆอย่างให้กับประชาชน ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี วันนี้ แม้จะดีใจที่ได้มากราบแต่ก็เสียใจที่ไม่มีพระองค์อีกแล้ว” นางทัศนันท์กล่าว และว่า ในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ 26 ตุลาคม ตนและครอบครัวได้สมัครทำงานจิตอาสาด้านบริการประชาชนกับอำเภอแถวบ้าน เพราะอยากทำความดีถวายในหลวง ร.9 เป็นครั้งสุดท้าย

น.ส.อำพร ครีวิเศษ (ขวา)

น.ส.อำพร ครีวิเศษ อายุ 74 ปี ชาวอ.เมือง จ.ระยอง เดินทางมาตั้งแต่ 5 ทุ่มของวันที่ 30 กันยายน มาถึงสนามหลวงประมาณตี 4 กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความเสียใจเพราะยังคิดถึงในหลวง ร.9 อย่างไม่เสื่อมคลายว่า มากราบพระองค์เป็นครั้งแรก ตอนแรกคิดว่าบุญน้อยคงไม่ได้มากราบพระองค์แล้ว แต่พอมีประกาศให้ขยายวันเข้ากราบสักการะก็รู้สึกว่า บุญยังมีที่ได้มากราบครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต

บทความก่อนหน้านี้สุดอนาถ!วัยรุ่นเอาศพทารกทิ้งในวัดที่ชุมพร
บทความถัดไปนักดำน้ำจิตอาสาร่วมกิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้น้ำเเละชายหาดเกาะราชาน้อย