สธ.เผยผู้ป่วย “โควิด-19” 122 รายใหม่ มี 92 ราย ผลแล็บยันแต่รอสอบสวนโรค

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงถึงรายละเอียดการพบผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เพิ่มอีก 122 ราย ว่า นับเป็นรายที่ 600-721 ราย ทั้งนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันเดิมและเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย ได้แก่

1.เกี่ยวข้องกับสนามมวย จำนวน 4 ราย ได้แก่ พี่เลี้ยงนักมวย ผู้ชม พบผู้ป่วยที่ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม และจ.อุบลราชธานี

2.ผู้ป่วยที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีการรายงานมาก่อนหน้านี้ จำนวน 16 ราย สัมผัสจากผู้ป่วยจากการไปสังสรรค์ การทำงานกับชาวต่างชาตินั่งรถคันเดียวกัน ร่วมประชุม รับประทานอาหารร่วมกัน โดยมีอาชีพเป็นพนักงานส่งของ พนักงานบริษัท นักเรียน พนักงานนวด ญาติผู้ใหญ่ พบผู้ป่วยที่กรุงเทพมหานคร จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ มีจำนวน 10 ราย ได้แก่

1.ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จำนวน 4 ราย เป็นชาวไทย 2 ราย ซึ่งกลับจากปอยเปตในประเทศกัมพูชา และเยอรมนี ชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

2.ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดที่จะต้องใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ จำนวน 6 ราย ได้แก่ พนักงานในผับ บาร์ ดีเจในผับ พนักงานขับรถรับส่งชาวต่างชาติ พบผู้ป่วยที่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.ร้อยเอ็ด จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ และกรุงเทพฯ

กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ว่าพบเชื้อโควิด-19 แต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค จำนวน 92 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักมีจำนวน 7 ราย โดยรักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาล (รพ.) เพชรบูรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช รพ.ราชวิถี และ รพ.เอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งทีมแพทย์จะต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด

“ทั้งนี้กลุ่มที่พบในสถานบันเทิง ไม่มีการพบผู้ป่วยเพิ่ม สรุปรวมประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 721 ราย กลับบ้านแล้ว 52 ราย และรักษาอยู่ในโรงพยาบาล จำนวน 668 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 7 ราย และเสียชีวิต 1 ราย” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีแนวโน้มการติดเชื้อในผู้ป่วยรายใหม่และเป็นการพบที่ต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานจากกรุงเทพฯ ไปยังภูมิลำเนา ทั้งก่อนและหลังมีการประกาศปิดสถานที่บางแห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามประกาศของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 ทั้งนี้ สธ.ขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเข้ารายงานตัวกับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด หรือสามารถติดต่อได้ที่ รพ.จังหวัด รพ.อำเภอ ตามภูมิลำเนา นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน

“ขอให้ผู้ที่กลับจากต่างจังหวัดได้แสดงตัวเอง และขอให้รู้สึกภาคภูมิใจว่าตนเองกลับจากกรุงเทพฯ และต้องการใช้เวลาในการกักกันตนเอง 14 วัน ตามคำแนะนำ และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.อย่างเคร่งครัด อย่างเช่นแรงงานไทยผิดกฎหมายที่กลับจากเกาหลีใต้ โดยให้ทำแบบเดียว ไม่อยู่ใกล้ชิดคนอื่น สังเกตอาการ เว้นระยะห่างระหว่างกัน งดและลดการเดินทาง แยกของใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ผู้ชม ผู้ที่อยู่ในสนามมวย ผู้ที่อยู่ในสถานบันเทิงแล้วกลับบ้านไปพบครอบครัว ให้กักกันตนเองและรักษาระยะห่างทางสังคม เพราะมีโอกาสเสี่ยงรับเชื้อได้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่มีอาการป่วย เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขอให้กักกันตนเองอยู่บ้านอย่างเคร่งครัด และยังไม่ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เนื่องจากหากยังไม่มีอาการก็จะมีโอกาสพบเชื้อได้น้อยมาก ซึ่งเมื่อตรวจไปแล้วอาจเกิดความเข้าใจว่าตนเองไม่ป่วยและยังคงมีกิจกรรมทางสังคม ขาดการระมัดระวังตนเอง และหากมีอาการป่วยในภายหลัง จะทำให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดมีโอกาสรับเชื้อและมีการเจ็บป่วยตามมาภายหลังได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คลัง-แบงก์ชาติ-กลต.’ ผนึกกำลังรับมือโควิด-19
บทความถัดไป“บิ๊กตู่”เริ่มทำงานเหลื่อมเวลา จ่อถกมาตรการช่วยคนหยุดงาน-ยังไม่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน