หน้าแรก Uncategorized ‘นพ.ทวี...

‘นพ.ทวีศิลป์’ ชี้ยังใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ หวั่นเชื้อระบาดอีกหน ย้ำต้องมีวัคซีนก่อน

26.04.20 | 13:33 น.

โฆษกศบค. ชี้ ยังกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ ต้องปรับตัว หวั่นกลับไปแบบปกติ แล้วเชื้อระบาดอีก ทำสิ่งที่ทำมากลายเป็นศูนย์ทันที ระบุต้องมียารักษา-วัคซีน ก่อนจึงจะทำให้เรากลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ เผยข้อมูลการจะได้วัคซีนอาจเป็นช่วงต้นปีหน้า

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 26 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค.ตอบข้อซักถามกรณี new norm หรือชีวิตวิถีใหม่ หากสถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นและมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ กลับไปใช้ชีวิตเหมือนปกติ ไม่ต้องใช้ชีวิตวิถีใหม่ได้หรือไม่ ว่า หลายคนตั้งคำถามตรงนี้ เข้าใจว่าอยากกลับไปชีวิตวิถีปกติ มีการค้าการขาย การเดินทางปกติ ขอเรียนว่าที่กลับไปปกติไม่ได้ ต้องเข้าใจเรื่องของสภาวะการณ์การเกิดโรคนี้ก่อน เนื่องจากโรคนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นภายในช่วงระยะเวลา 3-4 เดือนนี้ ต้องเรียนรู้ว่าโรคนี้ติดต่อทางเดินหายใจ แพร่กระจายผ่านน้ำลาย น้ำมูก คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้ออยู่ในช่วงวัยทำงาน ไม่มีอาการ เพราะฉะนั้นเราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ติดเชื้อบ้าง เข้าเดินอยู่ในสังคมตรงไหน ถ้าเรากลับไปใช้ชีวิตปกติ จะมีโอกาสติดเชื้อจากคนเหล่านี้ได้มาก เมื่อติดเชื้อแล้วก็จะเกิดการแพร่ระบาดได้ แม้เราจะเจอผู้ติดเชื้อหลักหน่วย คือหลักสิบหรือตัวเลขข้างหน้าสิบกว่าๆยี่สิบกว่าๆ ไม่ได้หมายความว่าเราคุมมันได้และจะกลายเป็นศูนย์ ถ้าศูนย์ก็จะต้องศูนย์อีกนานเท่าไรด้วย และศูนย์บ้านเราเพียงบ้านเดียวก็ไม่ได้ต้องศูนย์ทั้งโลก เราจึงจะมั่นใจได้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า แม้ตอนนี้บ้านเราจะคุมตัวเลขได้ดี แต่รอบๆบ้านๆหรือประเทศอื่นๆ กราฟตัวเลขยังพุ่งทะยานอยู่ หากเรายังใช้วิถีเดิม คือ เดินทางไปเที่ยว เดินทางไปซื้อของ เรามีโอกาสที่จะกลับมาระบาดได้ใหม่ และที่เราลงทุนไปในช่วงเวลา 1 เดือนหรือหลายเดือนที่ผ่านมานี้แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย กลายเป็นศูนย์ไปในทันทีทันใด ดังนั้น เวลาจะกลับไปสู่ภาวะปกติคงต้องใช้เวลายาวพอสมควร สิ่งที่จะกลับไปปกติได้ ต้องมียารักษา เพราะถ้ามียารักษาจะคุมเชื้อโรคได้ และถ้ารักษาต้องรักษาให้หาย ไม่ใช้แค่ระงับยับยั้งให้โรคไม่เจริญเติบโตหรือต้านไว้เฉยๆ รวมทั้งต้องมีวัคซีน เมื่อใดที่มีวัคซีนจะตอบได้เลยว่าการแพร่ระบาดของโรคจะจบลงได้ตอนนั้น ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดอาจจะต้องเป็นต้นปีหน้า ซึ่งเราต้องใช้เวลาตั้งแต่ตอนนี้จนถึงต้นปีหน้าในการควบคุมตัวเราเองให้ได้ ปรับชุดพฤติกรรมของเราให้ได้เพื่อเราจะได้ไม่เอาเชื้อโรคมาอยู่ที่ตัวเราหรือเอาเชื้อโรคไปสู่คนอื่น จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัส

“หลายประเทศทั่วโลกตอนแรกไม่ยินยอมที่จะปรับตัวก็จะเห็นตัวเลขพุ่งขึ้นเป็นหลักหมื่น หลักแสนขึ้นมาทันทีทันใด แต่พอหลายประเทศเมื่อไปถึงระดับนั้นแล้วก็ต้องปรับตัว ออกมาตรการ คล้ายๆกับของเรา แต่เราออกมาตรการตั้งแต่แรกทำให้ตัวเลขของเราไม่สูงเท่าเขา ถ้าเราออกช้า ก็คงไม่แตกต่างกับของคนอื่น และหากออกเร็วแต่ถ้ายกเลิกเร็วก็จะกลับไปเป็ตัวเลขเหมือนกับประเทศอื่นๆที่เกิดขึ้น การ์ดตกเมื่อไหร่ สิ่งที่ลงทุนมาจะกลายเป็นศูนย์ทันที”