พณ.เดินหน้าโครงการลดราคาตามห้าง ชวนปชช.ใช้จ่ายเงินเยียวยาห้าพัน กระตุ้นเศรษฐกิจ

พณ.เดินหน้าโครงการลดราคาตามห้าง ชวนปชช.ใช้จ่ายเงินเยียวยาห้าพัน กระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานคณะทำงานของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มจะคลี่คลายขึ้นแล้ว รวมถึงมาตรการคลายล็อกที่จะมีในเฟสที่ 2 ในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ก็จะช่วยในเรื่องของมาตรการต่างๆที่ภาครัฐได้กระตุ้นไป โดยในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มองว่าสถานการณ์ในการประคับประคอง และการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มีแนวโน้มจะดีขึ้น ในไตรมาสที่ 2 โดยเฉพาะเงินเยียวยา ทั้งเงินจำนวน 5,000 บาทและเงินช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงมาตรการในการลดค่าครองชีพของกระทรวงพาณิชย์ ถือว่าเป็น 3 มาตรการหลักๆ ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้กันได้อย่างมีนัยสำคัญ ต้องบอกว่าสถานการณ์ตอนนี้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ประชาชนจะต้องปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอล หรือวิถีปกติใหม่ ซึ่งก็ต้องมีการระมัดระวัง เรื่องการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การจับจ่ายใช้สอย คือเป็นหนึ่งใน 5 ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยเราฟื้นฟู โดย 5 ปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ

1.การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเม็ดเงินจากภาครัฐบาล ซึ่งก็มีการกระตุ้นผ่านโครงการต่างๆการเยียวยาช่วยเหลือที่ผ่านมารัฐก็ได้มีความพร้อมและความใส่ใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

2.เรื่องการจับจ่ายใช้สอยเครื่องอุปโภคบริโภคของประชาชน ซึ่งในส่วนนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลในส่วนของกระเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งนายจุรินทร์ได้มอบเป็นแนวทางหลักว่า เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด คนขาดโอกาสพม.ดูแล ถือเป็นนัยยะสำคัญที่จะช่วยประคับประคองคลี่ลายสถานการณ์โควิด ดังนั้น ช่วงนี้เมื่อมีการคลายล็อกห้างสรรพสินค้าเปิดแล้ว ก็เชิญชวนไปจับจ่ายใช้สอย โดยในล็อตที่ 3 กระทรวงพาณิชย์ ได้ไปเจรจา กับห้างร้านต่างๆทั่วประเทศ

โดยวันนี้ ได้เปิดโครงการ ที่ห้างเซ็นโทซ่าจังหวัดขอนแก่น รวมสินค้าและเครื่องอุปโภคบริโภค กว่า 4,845 รายการ ที่มีการลดราคาไปแล้วสูงสุดถึง 68 เปอร์เซ็น และมีจำนวนห้างกว่า 158 แห่ง 287 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งปัจจัยหลักๆที่จะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจของเรา เป็นเรื่องการจับจ่ายใช้สอย 3.เรื่องการท่องเที่ยว 4.ด้านการลงทุน และ5.การส่งออก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็กำลังศึกษาข้อมูล เพื่อที่จะช่วยส่งเสริมประชาชนว่าจะสามารถทำอย่างไรให้เกิดการส่งออก

นายแทนคุณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้แล้ว ยังมีการคาดการณ์ว่าเม็ดเงินที่เราได้ จะกระจายไปยังประชาชน อย่างน้อยที่สุดเงิน 5,000 บาท มีการคำนวณว่า ถ้าลดราคาสินค้า 68 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีส่วนต่างของเงินเพิ่ม จากการลดราคานี้ กว่า 3,400 บาท ซึ่งอันนี้จะเป็นค่าเงินที่สามารถไปหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นในส่วนของคณะทำงานจึงอยากจะให้ประชาชน ให้ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการนำเงินที่ได้นี้ไปจับจ่ายใช้สอย นอกจากนำไปใช้บริหารจัดการในส่วนของตนเองแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ เห็นความสำคัญคือการที่ประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องการแบ่งปัน

โดยที่ผ่านมาเห็นเป็น การทำตู้ปันสุข โดยในเร็วๆนี้สาขาของพรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ได้ทำในรูปแบบของตู้ปันสุข แต่ได้มีการกระจายสินค้า ที่ได้รับบริจาคมาจากประชาชน นำไปยังส่วนต่างๆ และจะขอเชิญชวนให้บรรดาห้างร้านใหญ่ๆ หรือคนที่มีกำลัง ช่วยกันสร้างหรือจัดตู้บรรจุ ให้กับประชาชนที่ลำบาก โดยที่กระทรวงพาณิชย์ ได้มีความพยายามที่จะดูแลเครื่องบริโภคอุปโภคเหล่านี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon