“โควิด-19” ดับ 4 แสนรายทั่วโลก “อินเดีย” ป่วยพุ่งวันละหมื่น เฟส 4 ต้องรอ ศบค.
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) เปิดเผยระหว่างแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ว่า สถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 81 และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อทั่วโลกสะสมรวม 6,974,721 ราย รักษาหายแล้ว 3,411,281 ราย เสียชีวิต 402,904 ราย

พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 1,988,544 ราย เสียชีวิต 112,096 ราย 2.บราซิล 676,494 ราย เสียชีวิต 36,044 ราย 3.รัสเซีย 458,689 ราย เสียชีวิต 5,725 ราย 4.สเปน 288,390 ราย เสียชีวิต 27,135 ราย และ 5.สหราชอาณาจักร 284,868 ราย เสียชีวิต 40,465 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 129,924 ราย ภายใน 1 วัน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4,192 ราย

พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ของทวีปเอเชีย พบจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมสูงที่สุด ตามลำดับของโลก ได้แก่ ลำดับที่ 6 ประเทศอินเดีย ผู้ติดเชื้อ 246,622 ราย เสียชีวิต 6,946 อันดับที่ 17 ประเทศปากีสถาน 93,983 ราย เสียชีวิต 1,935 ราย อันดับที่ 20 ประเทศบังคลาเทศ 63,026 ราย เสียชีวิต 846 ราย อันดับที่ 29 ประเทศสิงคโปร์ 37,527 เสียชีวิต 245 ราย อันดับที่ 34 ประเทศอินโดนีเซีย 30,514 ราย เสียชีวิต 1,801 ราย อันดับที่ 39 ประเทศฟิลิปปินส์ 21,340 ราย เสียชีวิต 994 ราย อันดับที่ 44 ประเทศญี่ปุ่น 17,103 ราย เสียชีวิต 914 ราย อันดับที่ 55 ประเทศเกาหลีใต้ 11,719 ราย เสียชีวิต 273 ราย อันดับที่ 62 ประเทศมาเลเซีย 8,303 ราย เสียชีวิต 117 ราย อันดับที่ 81 ประเทศไทย 3,112 ราย เสียชีวิต 58 ราย อันดับที่ 152 ประเทศเวียดนาม 329 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อันดับที่ 158 ประเทศเมียนมา 240 ราย เสียชีวิต 6 ราย อันดับที่ 166 ประเทศบรูไน 141 ราย เสียชีวิต 2 ราย อันดับที่ 169 ประเทศกัมพูชา 125 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และ อันดับที่ 195 ประเทศลาว 19 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
“ประเทศอินเดียพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในลักษณะกราฟที่ชัน ในวันนี้พบป่วยใหม่เพิ่มทะลุ 1 หมื่นราย ตามมาด้วยประเทศปากีสถาน บังคลาเทศ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นอันดับรองลงมา” พญ.พรรณประภา กล่าวและว่า ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ ล่าสุด องค์การอนามัยโลกได้ออกคำแนะนำใหม่สำหรับประชาชน ซึ่งเดิมกำหนดให้ผู้ที่มีอาการป่วย จะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน ได้มีการออกคำแนะนำใหม่ว่าประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัยชนิดผ้าทุกครั้งก่อนออกนอกเคหสถาน เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19

นอกจากนี้ พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สำหรับมาตรการผ่อนคลายในระยะที่ 4 จะเป็นการเปิดกิจการ/กิจกรรม ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน กองถ่าย ผับบาร์ ฯลฯ โดยเป็นกลุ่มสีแดง มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีการรวมของประชาชนจำนวนมาก ไปจนถึงสถานที่มีลักษณะปิดซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อเป็นอย่างมาก ขณะนี้จะต้องรอมาตรการในการเปิดสถานบริการเหล่านี้ ว่าจะต้องปฏิบัติตามมาตรการหลัก/มาตรการรองอย่างไรบ้าง โดยแต่ละกิจการจะมีมาตรการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะต้องรอให้ ศบค.สรุปผลอีกครั้งหนึ่ง
“ในช่วงระยะเวลา 13 วันที่ผ่านมา ที่ไม่พบผู้ป่วยภายในประเทศไทย ตามหลักการทางระบาดวิทยาและการสอบสวนโรค ระยะฟักตัวของโรคโควิด-19 คือ 14 วัน โดยระยะที่มีความเสี่ยงต่ำคือ สองเท่าของระยะฟักตัว คือ 28 วัน นั่นหมายความว่า ภายใน 28 วัน จะเป็นข้อบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงต่ำในการแพร่ระบาดของเชื้อ ดังนั้นในขณะนี้เราครบ 13 วันแล้ว จะต้องขอให้ประชาชนยังปฏิบัติตามการป้องกันโรค สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ และไม่เดินทางไปในพื้นที่แออัด อยากขอฝากประชาชนว่า ไม่ประมาท การ์ดอย่าตก และไม่เปิดหน้า (กากอนามัย)” พญ.พรรณประภา กล่าว

