สธ.ยันเปิดเทอมพร้อม ร.ร.ผ่านประเมินกว่า 85.7%

สธ.ยันเปิดเทอมพร้อม ร.ร.ผ่านประเมินกว่า 85.7%

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย แถลงการเตรียมความพร้อมเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 5 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ขณะนี้ได้รับความร่วมมือในการใช้แพลตฟอร์ม Thai stop covid ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการประเมินความพร้อมของหน่วยงาน โดยมี 44 ข้อ แบ่งเป็นมาตรการหลัก 20 ข้อ และมาตรการเสริมของสาธารณสุข 24 ข้อ โรงเรียนทั้งประเทศมีมากกว่า 38,450 แห่ง

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ขณะนี้ประเมินเบื้องต้น 33,597 แห่ง จากทุกสังกัด ทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และโรงเรียนพระปริยัติธรรม โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 85.7 ผ่านมาตรการทุกข้อทั้ง 44 ข้อ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่โรงเรียนได้เตรียมความพร้อมให้กับเด็ก แต่ยังมีบางส่วนที่ยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้ผ่านการประเมินก่อนการเปิดเทอม มาตรการหลัก 6 ข้อ ในการป้องกันโควิด-19 ในสถานศึกษา ได้แก่ 1.มาตรการคัดกรองไข้ก่อนเข้าโรงเรียน 2.การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน 3.การจัดจุดล้างมือ 4.การเว้นระยะห่าง 5.ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม และ 6.ลดความแออัด ไม่จัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสร่วมกัน

“แต่ยังมีบางส่วนที่ไม่ผ่านมาตรการหลักข้อใดข้อหนึ่ง โดยข้อที่อาจจะเป็นข้อจำกัดอยู่ คือเว้นระยะห่าง โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่พอเริ่มมีต้นแบบว่าจะจัดอย่างไรแล้ว หลายๆ โรงเรียนก็ถือว่าดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในการจัดการบางเรื่องที่เป็นไปตามลักษณะของโรงเรียน เราจะมีการตรวจติดตามร่วมกัน ตอนนี้เรามีต้นแบบของโรงเรียนเกือบทุกขนาดอยู่แล้ว เราจะดูอย่างให้มั่นใจ แต่ไม่อยากให้กังวลใจ โรงเรียนที่ไม่ผ่านเราจะลงไปช่วยเหลือเพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสือ ขออย่ากังวล” พญ.พรรณพิมล กล่าว

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้ สธ. กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ได้มีการพูดคุยและเตรียมพร้อมมาจำนวนมาก เหลืออีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ลงไปดู ดังนั้นอย่างน้อยใน 2 สัปดาห์แรกหลังเปิดเรียน จะต้องมีการกำกับติดตามการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคผ่านผู้ตรวจราชการ สธ.และจิตอาสาพิทักษ์อนามัยโรงเรียน ควบคู่มาตรการติดตามปกติ โดยอิงตามมาตรการหลัก 20 ข้อ โดยครูต้องบันทึกอาการป่วยของเด็กทุกวัน โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ หากมีการเจ็บป่วยพร้อมกัน 5 รายขึ้นไป ต้องรายงานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขที่จับคู่กับโรงเรียนให้เข้าไปควบคุมโรคโดยเร็ว เพื่อตัดวงจรการระบาดในโรงเรียน ทั้งนี้ มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดจะดูแลโรงเรียนในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วย

“เราจะมีการบันทึกการเจ็บป่วยของนักเรียนทุกวันว่าเป็นอย่างไรเพื่อดูแนวโน้มก่อน เช่น อยู่ๆ มีเด็กเป็นไข้หลายคน 5 คนขึ้นไป ต้องลงไปดูและสอบสวนโรคว่าใช้โควิด-19 หรือไม่ ถ้า 1 คน เป็นโควิด-19 ก็ต้องดูต่อว่าเป็นในกลุ่มห้องเรียนเดียว ชั้นเรียนเดียว หรือไมถ้าใช่ก็หยุดชั้นเรียนเดียวนั้นแล้วจัดการเรื่องความสะอาด ควบคุมสังเกตอาการนักเรียนทุกคนในห้องเรียนเดียวกัน แต่ถ้าใน 5 คน เป็นโควิด-19 จำนวน 2-3 คน แปลว่าการกระจายตัวของโควิด-19 มากกว่า 1 ชั้นเรียน เรามีความจำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมป้องกันโรค จำกัดวงของโรคได” พญ.พรรณพิมล กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สตรีนักดื่มระวัง! ‘ยาเสียสาว’ ออกฤทธิ์ใน 30 นาที ‘หมดสติ จำอะไรไม่ได้’
บทความถัดไปครม.เคาะ เห็นชอบ จ้างแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรอิสราเอลเพิ่ม