สธ.แจงเหตุให้ “ลูกอุปทูต” กลับคอนโดฯ เผยน้องสาวงอแงช่วงแยงจมูกที่สนามบิน

สธ.แจงเหตุให้ “ลูกอุปทูต” กลับคอนโดฯ เผยน้องสาวงอแงช่วงแยงจมูกที่สนามบิน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เด็กหญิง วัย 9 ขวบ และครอบครัวอุปทูตซูดาน ที่เข้าพักในคอนโดมิเนียม ซอยสุขุมวิท 26 กรุงเทพมหานคร ว่า มีข้อสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องจากที่ประชุมใหญ่ ศบค.กำลังจะมีการผ่อนปรนผู้เดินทางและผู้เดินทางระยะสั้น ดังนั้นจึงจะมีการให้เปิดห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพื่อตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-pcr ที่เป็นมาตรฐาน โดยได้ดำเนินการภายใต้กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสภากาชาดไทย โดยใช้เครื่องที่เน้นการตรวจแบบ point of care เป็นการตรวจ pcr ในจุดการให้บริการ ดังนั้น เครื่องเหล่านี้จะเน้นตรวจในกลุ่มผู้ที่ต้องการทราบผลเร็วภายใน 1 ชั่วโมง แต่มีข้อจำกัดในการตรวจคือ ไม่สามารถตรวจในจำนวนมากในครั้งเดียวได้ ดังนั้นเครื่องตรวจในสนามบินสุวรรณภูมิ ได้รับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วย แต่มีข้อจำกัดในการใช้ดังกล่าว

“อย่างไรก็ตาม จะมีการเก็บเชื้อในสนามบิน เพียงแต่ว่าจะตรวจที่ไหน หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเดินทางในระยะสั้น จะตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิเลย แต่หากเป็นคนไทยที่เดินทางเข้ามาและต้องกักตัว เราอาจเก็บเชื้อที่สนามบิน หรือตามไปเก็บในสถานที่กักตัวได้ ดังนั้น กรณีบุตรในครอบครัวท่านอุปทูตนั้น ขอชี้แจงว่า เที่ยวบินนี้มาจากซูดาน มีผู้โดยสาร 245 คน โดยหลักการต้องกักหมด แต่ในเครื่องบินลำนี้มีผู้ที่มีไข้ มีอาการเข้าได้ 47 คน ซึ่งที่เหลือส่งไปยังสถานที่แยกกักของรัฐฯ แล้วตามไปเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งเพื่อตรวจหาเชื้อในภายหลัง ส่วน 47 คน ที่มีไข้นั้น ต้องเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งที่สนามบินเลย ซึ่งครอบครัวคณะทูต มีแม่ และเด็ก 4 คน อายุน้อยสุด 2 ขวบ ลองนึกภาพว่าเอาไม้ Swab แหย่จมูก ทำให้งอแง จึงมีการเก็บตัวอย่างที่สนามบิน และอำนวยความสะดวกให้ไปกักยังที่พำนักของสถานทูต ซึ่งควรจะต้องไปกักในสถานทูต” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

ทั้งนี้ นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า เมื่อผลตรวจออกพบว่า ครอบครัวนี้ติดเชื้อ 1 คน คือ ลูกสาวคนโตติดเชื้อจึงแจ้งประสานงานเพื่อนำส่งโรงพยาบาล (รพ.) ทันที ส่วน 4 รายที่เหลือ ประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อไปยังสถานที่กักกันโรค ส่วนบิดาที่เป็นอุปทูตต้องได้รับการกักตัวเช่นเดียวกัน ขั้นตอนระหว่างการกักนั้นได้มีการประสานสถานทูตว่าจะให้มีการกักกันทูต หรือกักในโรงแรมทางเลือกสำหรับแยกกักตัว (Alternative State Quarantine) ซึ่งระหว่างการพิจารณาดำเนินการ ครอบครัวทั้งหมดก็ไม่ได้ออกไปไหน และดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคทุกประการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ลำปาง’ เคาะ 3 มาตรการเข้ม! ระวังคนกลับมาจาก กทม.-ระยอง
บทความถัดไปชาบูร้านดังประกาศ ถ้ารบ.ทำโควิดระบาดอีก ใครหน้าไหนมาสั่ง ก็จะไม่ปิดร้าน