ไทยป่วย “โควิด-19” เพิ่มอีก 5 ราย จากญี่ปุ่น-ซูดาน-อียิปต์ ผลตรวจระยอง-สุขุมวิท 7,144 ราย ไม่พบเชื้อ

ไทยป่วย “โควิด-19” เพิ่มอีก 5 ราย จากญี่ปุ่น-ซูดาน-อียิปต์ ผลตรวจระยอง-สุขุมวิท 7,144 ราย ไม่พบเชื้อ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า สถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย สะสม 3,255 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และอยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine) 318 ราย ไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม สะสมรวม 58 ราย ผู้ป่วยรักษาหายสะสมที่ 3,105 ราย อยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) 92 ราย ในจำนวนผู้ป่วยสะสมพบในกรุงเทพมหานคร และ จ.นนทบุรี 1,792 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 513 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 744 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ คัดกรองที่ด่านควบคุมโรค และเข้าสถานที่กักกันของรัฐ มาจากประเทญี่ปุ่น 1 ราย เป็นนักศึกษา ชายไทย อายุ 26 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม โดยผ่านการกัดกรองที่ด่านควบคุมโรคพบว่า มีอาการเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ด้วยอาการไข้ จึงเข้ารับการรักษาใน รพ.แห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ พร้อมตรวจหาเชื้อผลไม่พบเชื้อ จึงเข้าพักในสถานกักกันโรคที่กรุงเทพฯ และตรวจหาเชื้อใหม่ในวันที่ 8 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ พบว่ามีอาการจมูกไม่ได้รับกลิ่น

โฆษก ศบค. กล่าวว่า สำหรับผู้เดินทางกลับจากอียิปต์ 3 ราย ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 20 , 25 และ 28 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เป็นเที่ยวบินเดียวกับที่เคยมีรายงานก่อนหน้านี้แล้ว 8 ราย เข้าพักในสถานกักกันโรค จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อในวันที่ 19 กรกฎาคม ผลตรวจพบชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ และผู้เดินทางกลับจากซูดาน 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 35 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เป็นเที่ยวบินเดียวกับที่เคยมีรายงานก่อนหน้านี้ 1 ราย โดยผ่านการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการปวดจากโรคไส้เลื่อน จึงเข้ารับการรักษาใน รพ.แห่งหนึ่งของ จ.สมุทรปราการ และตรวจหาเชื้อในวันที่ 18 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงรายงานการตรวจตัวอย่างกรณีสอบสวนโรคเพิ่มเติมพื้นที่ จ.ระยอง โดยรายงานผลเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ตรวจหาเชื้อใน จ.ระยอง จำนวน 486 ราย ไม่พบเชื้อทุกราย ข้อมูลเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม มีผู้เข้ามาตรวจ 279 ราย ไม่พบเชื้อทุกราย สรุปการตรวจใน จ.ระยอง สะสม 6,780 ราย ไม่พบเชื้อทุกราย โดยวันนี้การตรวจทั้งในพื้นที่ของกรณีคณะทูตซูดานและ จ.ระยอง ทำการตรวจทั้งสิ้น 7,144 ราย ผลการตรวจไม่พบการติดเชื้อทุกรายและผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงก็ไม่พบเชื้อเช่นกัน

“ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กรายงานว่า 234 โรงเรียน ได้กลับมาเปิดแล้วทั้งหมด โดยการอาฟเตอร์แอคชั่นรีวิวเหตุการณ์ของ จ.ระยอง และอีกหลายจังหวัดที่มีการสั่งบริหารจัดการที่ต่างกัน มีมาตรการที่ลักลั่นต่างกันไป ข้อสรุปว่าการที่จะมีการตัดสินใจเปิดหรือปิด พื้นที่การสัมผัสเชื้อใน จ.ระยอง มีอยู่ 2 ที่ ดังนั้นการปิดทั้งหมดนั้นไม่ควรทำ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่สามารถประชุมปรึกษากันก่อนอกมาตรการใดๆ และอาจจะต้องให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกแบบระบบเพื่อเป็นไกด์ไลน์ ก่อนมีคำสั่งต่างๆ รวมถึงในหลายจังหวัดที่มีการประกาศห้ามเข้าพื้นที่ จะต้องให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดช่วยกันคิด ก่อนออกมาตรการ ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด-19 ต่างประเทศมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 210,000 ราย ซึ่งเป็นภาวะวิกฤต และมีผู้ป่วยสะสมทั่วโลก 14,852,700 ราย เสียชีวิต 613,213 ราย โดย 5 อันดับแรก คือ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 3,961,429 ราย เสียชีวิต 143,834 ราย 2.บราซิล จำนวน 2,121,645 ราย เสียชีวิต 80,251 ราย 3.อินเดีย จำนวน 1,154,917 ราย เสียชีวิต 28,099 ราย 4.รัสเซีย จำนวน 777,486 ราย เสียชีวิต 12,427 ราย และ 5.แอฟริกาใต้ จำนวน 373,628 ราย เสียชีวิต 5,173 ราย และประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 102

ทั้งนี้ โฆษก ศบค. กล่าวว่า กรณีศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่ายอดการสะสมของผู้ป่วยตั้งแต่เดือนเมษายน พุ่งสูงกว่าไทยมาก และดูเหมือนว่าเดือนกรกฎาคมจะสูงขึ้นไปอีก สถานการณ์รายวันของญี่ปุ่นมีการพุ่งขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายน และสูงมากขึ้นช่วงวันที่ 11-12 กรกฎาคม การดำเนินการของญี่ปุ่นในการระบาดระลอกที่ 1 ใช้วิธีจำกัดการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง ปิดโรงเรียน อยู่บ้านในวันหยุด ซึ่งสามารถลดจำนวนผู้ป่วยได้ และการระบาดระลอกที่ 2 ได้ยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉิน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม เว้นระยะห่าง แต่ไม่ได้ล็อกดาวน์ประเทศ

“สิ่งที่ต้องเรียนรู้คือวิธีการใดเหมาะสมกับประเทศใด เมื่อมีการปิดล็อกดาวน์ทั้งหมดไประยะหนึ่งมีการจำกัดวงได้ ก็จะเปลี่ยนมาใช้การปิดล็อกดาวน์เฉพาะวงจำกัด อย่างเช่นกรณี จ.ระยอง ที่มีการปิดเพียงห้างฯ และโรงแรม แต่จะต้องยอมรับว่าต้องมีการติดเชื้อขึ้นมา แต่จะระบาดหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมีแค่การติดเชื้อ เราสามารถคุมได้ เราจะล็อกดาวน์เฉพาะวงจำกัด โดย สธ.ได้มีการประชุมหารือเพื่อรับมือการระบาดรอบที่ 2 แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon