สธ.เข้ม “124 รพ.ทางเลือก” กักโรคชาวต่างชาติ ย้ำ! ต้องอยู่ครบ 14 วัน-ปลอดโควิด-19 ก่อนออก

สธ.เข้ม “124 รพ.ทางเลือก” กักโรคชาวต่างชาติ ย้ำ! ต้องอยู่ครบ 14 วัน-ปลอดโควิด-19 ก่อนออก

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ประกาศให้มีสถานกักกันในโรงพยาบาล (รพ.) ทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine) สำหรับผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติรวมผู้ติดตามที่เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยเป็นการรักษาในสถานพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชนที่กำหนด และมีการนัดหมายไว้ล่วงหน้าตามกลุ่มโรค/ อาการ/ หัตถการที่นัดหมาย เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ซึ่ง รพ.จะต้องจัดสถานที่เฉพาะไม่ปะปนกับผู้ป่วยอื่น มีห้องพักกักตัวญาติ 14 วัน เช่นเดียวกัน และมีระบบการป้องกันไม่ให้ออกนอกสถานที่กักตัว เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด-19

“โดยขณะนี้ได้ประกาศรายชื่อและออกใบประกาศรับรองสถานพยาบาลที่ร่วมเป็นสถานกักกันใน รพ.ทางเลือกแล้ว 124 แห่ง เป็น รพ. 98 แห่ง และคลินิก 26 แห่ง และได้เปิดรับผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามารับการรักษาพยาบาลแล้ว โดยอนุญาตเฉพาะผู้ป่วยที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศสีเขียว ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ จีน เมียนมา และกัมพูชา เฉพาะการรักษาพยาบาลและบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่มีศักยภาพสูง (Magnet) เช่น โรคตา โรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ภาวะมีบุตรยาก ศัลยกรรมเสริมความงาม เป็นต้น ซึ่งเป็นการรักษาโรคตามกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีการรักษาโรคโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยชาวต่างชาติมีผู้ติดตามได้ไม่เกิน 3 คน” ทพ.อาคม กล่าว

ทพ.อาคม กล่าวว่า ขอย้ำว่า สธ.มีกลไกควบคุมกำกับดูแล รพ.ทางเลือกอย่างเข้มงวด ผู้ป่วยและญาติที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจะต้องมีหนังสือรับรองผลการตรวจโควิด-19 ก่อนเข้าประเทศไม่เกิน 72 ชั่วโมง และเมื่อเข้ารักษาใน รพ.จะได้รับการตรวจซ้ำอีก 3 ครั้ง คือ วันแรก วันที่ 5-7 และในวันที่ 14 ซึ่งหากผลการตรวจไม่พบเชื้อ จะอนุญาตให้ผู้ป่วยและผู้ติดตามออกจาก รพ.ได้ พร้อมหนังสือรับรองการกักกันตัวครบ 14 วัน ที่อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ออกให้ และจะสามารถไปท่องเที่ยวตามแผนการเดินทางที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ ทั้งธุรกิจด้านการแพทย์และการท่องเที่ยวของประเทศตามนโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ เมดิคัล ฮับ (Medical Hub)

ด้าน นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี เลขาธิการสมาคม รพ.เอกชน กล่าวว่า ประเทศไทยมี รพ.เอกชน 382 แห่ง สมัครเข้าร่วมเป็น รพ.ทางเลือก 98 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการชาวต่างชาติ สร้างรายได้เข้าประเทศ ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ต้องรักษาต่อเนื่อง และผู้ป่วยตามนัดหมายเริ่มเข้ามารักษาแล้ว ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดย รพ.มีการจัดระบบรองรับตามแนวทางของ สธ. เพื่อให้มั่นใจว่ามีการป้องกันควบคุมโรคไม่เข้ามาแพร่ในประเทศไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ตร.สั่ง”วิระชัย”สำรองราชการ ผลสอบชัดผิดวินัยร้ายแรง ปมคลิปเสียงยิงรถ”บิ๊กโจ๊ก”
บทความถัดไป‘พิพัฒน์’นำทีมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนฟาดแข้ง มั่นใจเป็นต้นแบบปลดล็อคเฟสหน้า