“กลุ่มเปราะบาง” ในกรุงเทพฯ รับเงินเยียวยา “โควิด-19” แล้ว 9.4 แสนคน

“กลุ่มเปราะบาง” ในกรุงเทพฯ รับเงินเยียวยา “โควิด-19” แล้ว 9.4 แสนคน

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมระหว่างผู้บริหารสำนักพัฒนาสังคม กับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม 50 เขต เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานในระยะที่ผ่านมา ที่ศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง)

นายสกลธี กล่าวต่อที่ประชุมว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการประชุมเกี่ยวกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการ ในวันนี้จึงกำชับให้ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ทั้ง 50 เขต สำรวจผู้พิการในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นในการได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ และตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการจ้างงานผู้พิการในหน่วยงานของรัฐ จึงได้กำชับให้ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ทั้ง 50 เขต ผลักดันโครงการเพื่อจ้างงานผู้พิการให้ครบทุกเขต เพื่อให้ผู้พิการเกิดความภาคภูมิใจ และไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง

นายสกลธี กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินการโครงการต่างๆ ของสำนักพัฒนาสังคม อาทิ โปรแกรมบันทึกระบบข้อมูลชุมชน กรุงเทพมหานคร (แบบออนไลน์) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อให้สำนักงานเขตกรอกข้อมูลชุมชนในพื้นที่เขต ประกอบด้วย 1.ข้อมูลทั่วไปของชุมชน เช่น ชื่อชุมชน แขวง เขต รหัสชุมชน วันจัดตั้งชุมชน อาณาเขตที่ตั้ง แผนที่ แผนผัง และคณะกรรมการชุมชน เป็นต้น 2.ข้อมูลด้านสถิติของชุมชน เช่น จำนวนประชากร จำนวนหลังคาเรือน ระดับการศึกษา การประกอบอาชีพ รายได้ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ เป็นต้น 3.ข้อมูลการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน เช่น แผนพัฒนาชุมชน เป็นต้น โดยข้อมูลชุมชนในโปรแกรมดังกล่าว จะใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับผู้บริหาร กทม. เพื่อให้การดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล รวดเร็ว และทั่วถึงทุกพื้นที่

“โดยให้สำนักงานเขตเข้าใช้โปรแกรมในการบันทึกข้อมูลชุมชน ทั้งชุมชนที่จดทะเบียนและชุมชนที่ไม่ได้จดทะเบียนกับ กทม. ทั้งนี้ให้บันทึกข้อมูลชุมชนฯ (แบบออนไลน์) ได้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม -วันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งสำนักงานเขตสามารถใช้ข้อมูลในโปรแกรมบันทึกระบบข้อมูลชุมชนฯ ดังกล่าว เพื่อจัดทำประกาศสำนักงานเขต เรื่อง รับรองจำนวนบ้านในชุมชนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน” รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวและว่า อย่างไรก็ดี ปลัดกทม.ได้แนะนำให้มีการบันทึกข้อมูลประชากร คนยากไร้ คนพิการ คนตกงาน ฯลฯ และประสานกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผลในการรวบรวมข้อมูลไว้ในฐานข้อมูล (Data Center) ของ กทม.ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสะดวกต่อการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาชุมชนด้วย

นายสกลธี กล่าวถึงการดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่ง กทม.ได้ส่งข้อมูลผู้มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยความพิการ ที่อยู่ในความรับผิดชอบผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม (e-Social Welfare) ให้กรมบัญชีกลาง เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม

“โครงการดังกล่าวเป็นการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 2.ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และ 3.คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ทั้งกรณีที่ได้รับเบี้ยความพิการและไม่ได้รับเบี้ยความพิการ โดยผู้มีสิทธิ์ต้องเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 และจะได้รับเงินจำนวน 3,000 บาท โดยจะจ่ายเงินครั้งเดียว ซึ่งกรมบัญชีกลางได้โอนเงินช่วยเหลือเยียวยาเข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิ์แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม มีผู้มีสิทธิ์ ดังนี้ เด็กที่ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 30,338 ราย ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 830,419 ราย และคนพิการที่ได้รับเบี้ยความพิการ 87,297 ราย ทั้งนี้ กรณีผู้มีสิทธิ์ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา สามารถติดต่อได้ที่ โทร.0 2659 6477 หรือ 1300″ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

นายสกลธี กล่าวว่า สำหรับโครงการตลาดวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายผู้ประกอบการ ซึ่งเดิมกำหนดจัดงานประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ แต่เนื่องสถานการณ์การโควิด-19 จึงมีการเลื่อนการจัดโครงการออกไปก่อน ทั้งนี้ ปลัด กทม.แนะนำให้มีการเพิ่ม “นครภัณฑ์” ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับกระจายสินค้าและจำหน่ายสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมทั้ง 6 กลุ่มเขต ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เดอะตุ๊ก’ เชียร์ 2 นักเตะไทย ‘สุภโชค-เอกนิษฐ์’ เจ๋งพอเล่น ‘เจลีก-เคลีก’
บทความถัดไปนิพนธ์ ยัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นกลไกสำคัญ ของมหาดไทย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ปชช.