คนไทยเข้าปท.แล้วกว่า 7.5 หมื่นราย พบ 422 ราย ติดโควิด-19

คนไทยเข้าปท.แล้วกว่า 7.5 หมื่นราย พบ 422 ราย ติดโควิด-19

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ประจำวัน ว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้ที่เดินทางต่างประเทศ (สิงคโปร์ 1 ราย,อินเดีย 2 ราย) และเข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ไม่มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่ม จึงมีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,169 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 94.34 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 132 ราย หรือร้อยละ 3.93 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,359 ราย

สำหรับข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เดินทางมาจาก

สิงคโปร์ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 53 ปี อาชีพรับจ้างงานก่อสร้าง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ที่ จ.ชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรก วันที่ 11 สิงหาคม 2563 (วันที่ 4 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ

อินเดีย 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 30 ปี อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ในกรุงเทพมหานคร พบเชื้อจากการตรวจในครั้งแรก วันที่ 11 สิงหาคม 2563 (วันที่ 3 ของการกักตัว) โดยรายแรกเริ่มมี น้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ในวันที่ 9 สิงหาคม 2563 และอีกรายเริ่มมีอาการไอ ปวดกล้ามเนื้อ ในวันที่ 11 สิงหาคม 2563

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ว่า จากรายงานผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน – วันที่ 12 สิงหาคม 2563 มีผู้ที่เดินทางเข้าประเทศสะสม 75,684 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อ 422 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.56 ของผู้เดินทางทั้งหมด โดยภาครัฐได้จัดระบบการคัดกรอง กักตัว และตรวจหาเชื้อ ในผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคนเพื่อป้องกันการนำเชื้อจากต่างประเทศมาแพร่ให้กับคนในประเทศ

“แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่ม แต่ขอให้ทุกคนอย่าประมาท เนื่องจากอาจกลับมาพบผู้ติดเชื้อได้อีก ดังเช่นบทเรียนจากต่างประเทศที่กลับมาพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรม มีการรวมกลุ่ม ไม่สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ถือว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่ทำเกิดการแพร่เชื้อได้ ดังนั้น ขอให้ทุกคนตระหนักในการป้องกันตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกจากบ้านและตลอดเวลาขณะอยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ ให้เป็นนิสัย พยายามเว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการในแพลตฟอร์มไทยชนะ เพราะเมื่อพบผู้ติดเชื้อจะสามารถติดตามผู้สัมผัสเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังอาการได้อย่างรวดเร็ว” นพ.โสภณ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สภาถกข้อเสนอนิรโทษฯจุดปรองดอง “ไพบูลย์”ซัดสร้างขัดแย้ง จงเกลียดจงชังกองทัพ  
บทความถัดไปคอลัมน์ People In Focus: คามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองปธน.หญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐ