สธ.เผยอินเดียยอดโควิด-19 ขึ้นอันดับ 1 โลก ห่วงย่างกุ้งศูนย์กลางระบาด

สธ.เผยอินเดียยอดโควิด-19 ขึ้นอันดับ 1 โลก ห่วงย่างกุ้งศูนย์กลางระบาดกระทบไทย

วันนี้ (17 กันยายน 2563) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยวันนี้ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 9 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,325 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 95.27 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษา อยู่ในโรงพยาบาล 107 ราย หรือร้อยละ 3.07 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,490 ราย

นพ.โสภณกล่าวว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 30,032,521 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 307,465 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก คือ สหรัฐอเมริกา 6,828,301 อินเดีย 5,115,893 ราย และบราซิล 4,421,686 ราย ข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือสถานการณ์ของประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศในแถบเอเชียมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยในวันนี้มีจำนวนถึง 97,859 ราย ส่งผลไปยังประเทศอื่นๆ ที่มีแนวตะเข็บชายแดนติดกัน เช่น บังคลาเทศ เมียนมา เป็นต้น

นพ.โสภณกล่าวว่า สำหรับประเทศเมียนมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด เพิ่มขึ้นถึง 307 ราย ถือเป็นสถิติสูงสุดในประเทศนับตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาดครั้งแรก และพบว่านครย่างกุ้ง เมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการระบาดใหม่ เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งมีหลายจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเมียนมา หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกัน เข้มงวดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งผู้เดินทางและเฝ้าระวังการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้าในมาชุมชน ซึ่งอาจะเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย มีความเสี่ยงที่อาจนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาแพร่กระจายในประเทศได้

“ขอย้ำให้ประชาชนอย่าประมาท เนื่องจากประเทศไทยอาจยังมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการปะปนอยู่ในชุมชน การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย/ หน้ากากผ้า ทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและอยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นยังมีความจำเป็นและต้องทำให้เป็นนิสัย กรณีที่ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ ให้หลีกเลี่ยงการพูดคุยและหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัดคนรวมกันจำนวนมาก ไม่นำตัวเองไปสัมผัสกับความเสี่ยง และเมื่อไปใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ลงทะเบียน เข้า-ออกสถานที่ ในแพลตฟอร์มและแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” ทุกครั้ง” นพ.โสภณกล่าว

Advertisement

 

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image