สธ.เผยยอดสุ่มตรวจโควิด เฉียด 5พันคนแล้ว ยันพบ 10รายทั่วปท. กระจายจากแพกุ้ง

สธ.เผยยอดสุ่มตรวจโควิด เฉียด 5พันคนแล้ว ยันพบ 10รายทั่วปท. กระจายจากแพกุ้ง 

วันนี้ (21 ธ.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วิชาญ ปาวัน ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า จากการสุ่มตรวจ ค้นหาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อแล้วทั้งสิ้น 821 ราย จากการสุ่มตรวจ 4,688 ราย และทราบผล 1,861 ราย ซึ่งยังเหลือผลอีก 2,827 ราย โดยในช่วงบ่าย ทางสธ.จะแถลงความคืบหน้าอีกครั้ง โดยจำนวน 821 ราย ค้นพบจาก 1.การที่ผู้ตรวจไปรักษาตัวในอยู่ในโรงพยาบาล 33 ราย และ 2.ค้นพบได้ในชุมนุม 788 ราย

ทั้งนี้ ล่าสุดยังพบว่า มีผู้ป่วยที่เกี่ยวโยงกับตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่า มีการกระจายออกไปในจังหวัดอื่นๆ ประกอบด้วย สระบุรี 3 ราย ราชบุรี 3 ราย กทม.2 ราย และ นครปฐม 2 ราย

นพ.วิชาญ ให้สัมภาษณ์ถึงการระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานเมียนมาทั้งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และอื่นๆ ว่า การคาดการณ์ว่าการระบาดจะยุติในช่วงใดนั้นจะต้องอาศัยข้อมูลจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน (Active Case Finding) ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวม เพราะขณะนี้ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่คาดว่าสัปดาห์หน้า หากได้ข้อมูลที่มากขึ้นตามที่ตั้งเป้าไว้คือ 10,300 ราย ในกลุ่มพื้นที่ของชุมชนเมียนมา น่าจะเป็นข้อมูลชุดสำคัญที่จะช่วยเพิ่มการวิเคราะห์เรื่องของการคาดการณ์ว่าจะมีการระบาดไปอีกกี่ช่วง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลให้มากที่สุด

นพ.วิชาญ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศรจิต ปลัด สธ. ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะใช้ระยะเวลาควบคุมการระบาดราว 2-4 สัปดาห์ ในขณะนี้ยังขาดข้อมูลอีก 1 ชุด คือ การระบาดวงนอกพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ว่ายังพบผู้ป่วยอีกหรือไม่ หากยังพบในชุมชนอื่นอีกระยะเวลาก็จะเพิ่มขึ้นตามไป แต่หากไม่มีพื้นที่อื่นหรือในชุมชนอื่น ก็ค่อนข้างจะวางใจได้ว่าตีวงอยู่ในเฉพาะสมุทรสาคร

“ดังนั้นไทม์มิ่งที่ท่านปลัดให้ไว้ก็จะใช้ได้ แต่หากพบผู้ป่วยในพื้นที่อื่นก็จะคำนวณอีกที ส่วนในจังหวัดอื่นๆ ได้มีมาตรการให้พื้นที่สแกนว่ายังมีชุมชนแรงงานเมียนมาอีกหรือไม่ และให้ทำการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ป่วย” นพ.วิชาญ กล่าวและว่า เหตุการณ์ จ.สมุทรสาคร เมื่อเทียบเคียงกับสิงคโปร์มีบริบทพื้นที่ต่างกัน เนื่องจากในส่วนแรงงานที่อยู่สิงคโปร์จะเป็นแรงงานเดี่ยวไม่มีครอบครัว การพักอาศัย รวมถึงการจัดการดูแลแรงงานค่อนข้างแตกต่างจากสมุทรสาครที่พักอยู่เป็นลักษณะของกลุ่มเพื่อน ครอบครัว ซึ่งอยู่กันใกล้ชิด

ทั้งนี้ นพ.วิชาญ กล่าวว่า เป็นบริบทที่ต่างกันจึงเปรียบเทียบกันได้ยาก แต่มาตรการจัดการนั้นมีความจำเป็นต้องประยุกต์ให้สอดคล้องกับทางพื้นที่ของประเทศไทย

“เราไม่สามารถที่จะนำผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการเข้าไปแอดมิดทั้งหมดได้ทันที แต่ว่าข้อค้นพบที่เราได้เบื้องต้นคือกลุ่มคนที่พบการติดเชื้อ พักอยู่ในพื้นที่เดียวกันเกือบทั้งหมด ดังนั้นมาตรการสำคัญที่เราไปล้อกับสิงคโปร์คือเราตีวง ขีดวงจำกัดว่ามีการติดเชื้ออยู่ที่ใดแล้วใช้กระบวนบริการจัดการแยกผู้ติดเชื้อออกมา เพื่อเข้าสู่การบริการทางการแพทย์ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ติดเชื้อก็จะบริหารจัดการไม่ให้ปะปนกัน ส่วนผู้ที่มีอาการหนักก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษาให้ยาและดูแลรักษาตามมาตรฐานไป” นพ.วิชาญ กล่าว

ย้อนอ่าน : ไทยพบผู้ป่วยใหม่ 382 ราย ติดเชื้อในประเทศ 14 ราย แรงงานอีก 360 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon