กทม.สั่งรับมือโควิดตั้ง ‘โรงพยาบาลสนาม’ เข้มลุยตรวจ “ผับ-บาร์-คาราโอเกะ”ช่วงปีใหม่

กทม.สั่งรับมือโควิดตั้ง ‘โรงพยาบาลสนาม’ เข้มลุยตรวจ “ผับ-บาร์-คาราโอเกะ”ช่วงปีใหม่

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) พล.ต.อ.อัศวินขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.กทม.) ครั้งที่ 107/2563 โดยมีพล.ต.ท.โสภณพิสุทธิวงษ์รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะผู้อำนวยการศบค.กทม.เป็นประธานการประชุม

ทั้งนี้ ในที่ประชุม พล.ต.อ.อัศวิน ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานเขตพื้นที่ สอดส่องดูแลสถานที่ที่ยังคงมีการจัดงานในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เข้มข้น โดยให้เจ้าหน้าที่กวดขันอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง สำหรับเป้าหมายสำคัญของการตรวจพื้นที่ในเทศกาลปีใหม่ จะเน้นการตรวจผับ บาร์ คาราโอเกะที่ กทม.ได้มีคำสั่งปิดเป็นการชั่วคราวไปแล้ว

นอกจากนี้ ในที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานความคืบหน้า ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายและการติดตามสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่กรุงเทพฯ และในประเทศไทย โดยภาพรวมพบว่าการระบาดระลอกใหม่นี้ สาเหตุเกิดจากประชาชนเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่ทราบและไม่ระมัดระวังตัว และการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนที่เกิดจากการไปร่วมกิจกรรมต่างๆ

ซึ่ง ศบค.สธ.ได้ขอให้ทุกจังหวัดทำแผนปฏิบัติการและแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะ จ.สมุทรสาคร จ.ระยอง จ.ชลบุรี และกรุงเทพฯ รวมทั้งเร่งหาผู้ป่วยติดเชื้อเชิงรุกทั้งกลุ่มผู้ที่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง และผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ โดย ศบค.กทม. เห็นว่าจำเป็นต้องให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการตรวจได้ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย

ขณะเดียวกันในที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมโรงพยาบาลสนาม เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพ และให้สำนักการแพทย์จัดหาสถานที่เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเชื้อที่อาการไม่มาก โดยให้รายงานผลในการประชุมครั้งหน้า

ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกทม. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักอนามัย ในวันนี้(30 ธ.ค.) พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพฯจำนวน 17 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่มีความเกี่ยวข้องกับ จ.สมุทรสาคร 2 ราย และเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ชุมชน 15 ราย ทั้งนี้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสอบสวนโรคและตรวจคัดกรองอย่างเร่งด่วนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon