เปิดร่างมาตรการผ่อนปรน ‘ร้านอาหารนั่ง-ดริงก์ได้’ ปลดล็อกพื้นที่ ลุ้นศบค.เคาะ 29 ม.ค.นี้

เปิดร่างมาตรการผ่อนปรน ‘ร้านอาหารนั่ง-ดริงก์ได้’ ปลดล็อกพื้นที่ ลุ้นศบค.เคาะ 29 ม.ค.นี้

ศบค.เปิดร่างพื้นที่ผ่อนคลายมาตรการ ระบุชัด 5 จังหวัด ยังต้องควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สมุทรสาคร กทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทุบรี รอศบค.ชุดใหญ่เคาะ 29 ม.ค.นี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม  นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.) เปิดเผยว่า วันนี้ในที่ประชุม ศบค.ชุดเฉพาะกิจ ที่มีเลขาธิการ สมช. เป็นประธาน พร้อมด้วย ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เข้าร่วมประชุมด้วยโดยมี 3 เรื่องสำคัญที่คุยกันคือ

1.ข้อเสนอแผนแนวปฏิบัติผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ระลอกใหม่ เป็นภาพรวมที่ สธ. เสนอขึ้นมา

2.การขยายเวลานั่งรับประทานอาหารในร้าน การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงการเล่นดนตรีสดในร้าน

3.เตรียมเปิดการเรียนการสอน ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

สธ.เสนอปรับพื้นที่ประกาศใช้มาตรการควบคุม

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สธ.ได้เสนอปรับพื้นที่ประกาศใช้มาตรการควบคุม โดยมีหลักการดังนี้ 1.มีแนวกันชนจังหวัดที่มีความเสี่ยงที่จะกระจายไปพื้นที่อื่น 2.แบ่งพื้นที่ออกเป็นควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ควบคุมสูงสุด ควบคุม เฝ้าระวังสูงสุดและเฝ้าระวัง

3.จังหวัดที่ไม่พบการติดเชื้อหรือมีจำนวนน้อย ให้แยกเป็นรายอำเภอ ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยจังหวัดอาจจะพิจารณาปรับลดความเข้มข้นควบคุมแบบบูรณาการตามเกณฑ์เป็นรายอำเภอได้ อันนี้จะมีการปรับเปลี่ยนขึ้นมา

เช่น สมุทรสาคร เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีความชุกอยู่ใน อ.เมือง ฉะนั้น จึงเปิดข้อแม้นี้ไว้เพื่อให้คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้พูดคุยมาตรการที่ต่างกันออกไป

สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการปรับพื้นที่ควบคุมตามมาตรการ คือ 1.สถานการณ์ระบาดในจังหวัด การพบผู้ติดเชื้อใน 7 14 หรือ 28 วัน จากแผนที่การระบาด 2.มีแหล่งโรคเสี่ยงระบาดไปพื้นที่อื่นๆ เช่น สถานบันเทิง บ่อน สนามชนไก่ 3.จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงต่อการลักลอบเดินทางเข้าประเทศถึงพื้นที่ในเขตชั้นใน หรือพื้นที่ชายขอบ พื้นที่รอยต่อของพื้นที่เสี่ยง และ 4.มาตรการเฝ้าระวังในชุมชน สถานประกอบการและสัดส่วนของผู้ติดเชื้อที่น้อย เช่นน้อยกว่า 1% หรือน้อยกว่า 1-5 %

 

5 จังหวัดยังต้องควบคุมสูงสุด

และเมื่อนำมาทำเป็นแผนที่ประเทศไทย จะพบว่ามีการติดเชื้อรวม 63 จังหวัด นับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 21 มกราคม 2564 จะพบว่าพื้นที่ติดเชื้อกระจายในภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้บางจังหวัด

และในช่วงหลังที่เราร่วมมือกันก็มีจังหวัดที่ไม่มีติดเชื้อเลย และ ก็มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ในเมื่อหลายจังหวัดทำได้ดีมาตรการผ่อนคลายก็ต้องเกิดขึ้นกับจังหวัดเขาด้วย ดังนั้นสิ่งที่เห็นตรงกันคือ (ร่าง) ข้อเสนอพื้นที่ ผ่อนคลายการใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการ แบ่งเป็นพื้นที่ประกอบด้วย

1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสูงสุดหรือสีแดงเข้ม จาก 5 จังหวัดเหลือ 1 จังหวัด คือ สมุทรสาคร

2.พื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือสีแดง จาก 23 จังหวัดเหลือ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรีและ ปทุมธานี

3.พื้นที่ควบคุม หรือสีส้ม จาก 11 จังหวัดเพิ่มเป็น 20 จังหวัด ได้แก่ ตาก กาญจนบุรี ชัยนาท อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี อยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี

4.พื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือสีเหลือง จาก 38 จังหวัดเหลือ 17 จังหวัด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร สุโขทัย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา สงขลา ยะลา นราธิวาส

และ 5.พื้นที่เฝ้าระวังซึ่งเดิมไม่มี เพิ่มเป็น 35 จังหวัด มีภาคเหนือ 11 จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน พะเยา อุตรดิตถ์พิษณุโลก พิจิตร เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคายบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธรกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ สตูลิ ตรัง พัทลุง และปัตตานี

 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ข้อเสนอเบื้องต้นซึ่งยังเป็นร่างอยู่ และจะมีรายละเอียดออกมาเพิ่มเติมอีก เป็นการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมในแต่ละระดับพื้นที่ ยกตัวอย่าง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

“สิ่งที่ยังปิดเหมือนเดิมคือ สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สนามมวย สถานที่ออกกำลังกายในร่ม เช่น ยิม สนามชนไก่ ชนวัว กัดปลา บ่อน สนามพระเครื่อง กิจการอาบอบนวด สปา แพทย์แผนไทย โรงเรียนกวดวิชา สถาบันการศึกษา สนามเด็กเล่น สวนสนุก เครื่องเล่นเด็ก ตู้เกม งานประชุม งานเลี้ยง งานประเพณี และสถานที่ขนส่งสาธารณะต่างๆ เป็นต้น” โฆษก ศบค.กล่าว

ส่วนที่เปิดได้บ้าง ซึ่งยังเป็นข้อเสนอ เช่น ตลาดนัด ร้านอาหารให้ซื้อกลับไปบริโภคที่อื่นเท่านั้นและเปิดได้ไม่เกิน 21.00 น. ห้างสรรพสินค้า เปิดได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. ศูนย์รับดูแลผู้สูงอายุที่อยู่เป็นประจำ และสถานประกอบการโรงงานพร้อมกำกับมาตรการการป้องกันโรคในองค์กร และจัดให้มีระบบที่มีการติดตามตัวของผู้เดินทางทุกคน อันนี้เป็นในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร

“พื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังต้องปิดอยู่ เช่นสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ส่วนร้านอาหารนั่งรับประทานแบบเว้นระยะห่างได้ จำหน่ายแอลกอฮอล์ เปิดได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. ดนตรีสดเล่นได้ แต่ต้องงดการเต้นรำ พื้นที่ควบคุมสูงสดและพื้นที่ควบคุม การประชุมสัมมนาจำกัดผู้เข้าร่วมไม่เกิน 100 คน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และแสดงดนตรี

ขณะที่ พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและเฝ้าระวัง จำกัดผู้เข้าร่วมไม่เกิน 300 คน แสดงดนตรีได้ แต่งดการเต้นรำ เป็นต้นโดยมาตรการของพื้นที่อื่นๆ ก็จะผ่อนกันไปตามลำดับ ซึ่งจะนำมารายงานต่อในช่วงเวลาถัดไป” โฆษก ศบค.กล่าว และว่า

โรงเรียนเปิดได้หมด ยกเว้นสมุทรสาคร

สำหรับการเปิดการเรียนการสอน พื้นที่อื่นๆ ให้เปิดได้เกือบทั้งหมด ยกเว้น จ.สมุทรสาคร ยังให้ปิดอยู่ อย่างไรก็ตามแต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังจากนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่

ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เปิดเรียนได้โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันโรค เช่น สลับเวลาเรียน เว้นระยะห่าง การเรียนเสริมแบบออนไลน์

ส่วนการพนันต้องปิดทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด สถานบริการอาบน้ำ-อาบอบนวด ให้ปิดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและเฝ้าระวัง ให้เปิดได้โดยจำกัดผู้เข้าใช้บริการ การแข่งกีฬา พื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม ฝึกซ้อมและแข่งขันได้แบบไม่มีผู้ชม ฝึกซ้อมได้ และพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุดและเฝ้าระวัง แข่งขันได้ มีผู้ชมได้ตามเกณฑ์กำหนด

“ตอนนี้ยังเป็นร่างอยู่ เราต้องให้ความสำคัญกับศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งจะประชุมกันวันศุกร์ที่ 29 ม.ค.นี้ เป็นผู้ตัดสิน สรุปง่ายๆคือผ่อนคลายดีขึ้น ควบคุมสูงสุด 1 จังหวัดที่เข้มงวด กับ 4 จังหวัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด นอกนั้นก็ผ่อนปรนยาวกันไป” นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าว และว่

ในแต่ละจังหวัดให้อำนาจของทางศบค.ที่อาจจะพิจารณาหลายอำเภอที่อาจจะใส่สีที่ไม่เท่ากันของแต่ละอำเภอได้ ยกตัวอย่างเช่น จ.สมุทรสาคร เดิมเป็นแดงทั้งหมด แต่จริงๆแล้ว อ.บ้านแพ้ว ถ้าระบายสี เป็นสีเขียวเกือบจะทั้งอำเภอ ซึ่งเขาน่าจะมีโอกาสที่จะได้รับการผ่อนปรน เปิดกิจการ กิจกรรมได้ ซึ่งทางคณะกรรมการเฉพาะกิจก็รับไว้ และอาจมีข้อเสนอที่จะให้เปิดเป็นรายอำเภอได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางใหม่ ทิศทางใหม่ที่จะเกิดขึ้น

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้Talon จับมือ ดีแทค ส่งทีม ROV ลุยล่าแชมป์อีสปอร์ตทุกรายการในปี 2021
บทความถัดไปคลัง เตือนผู้เพิ่งรับสิทธิ ‘คนละครึ่ง’ ยืนยันตัวตนผ่านแอพพ์ ‘เป๋าตัง’ ภายใน 27 ม.ค. เพื่อรับสิทธิ ‘เราชนะ’