ศบค.เผยเหตุ ร.ร.ยะลา ติดโควิดเด็กไม่สวมแมสก์-กินน้ำร่วมแก้ว เตือน ก.ค. พิธีอีฎิ้ลฟิตริหวั่น ปชช.ข้าม จว.ร่วมงาน

ศบค. เผยเหตุ ร.ร.ยะลา ติดโควิดเด็กไม่สวมแมสก์-กินน้ำร่วมแก้ว เตือน ก.ค. พิธีอีฎิ้ลฟิตริ หวั่น ปชช.ข้าม จว.ร่วมงาน

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )(ศบค.) กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ชุมชนมัรกัส อ.บ้านเปาะยานิ จ.ยะลา ที่มีโรงเรียนและสถานประกอบศาสนาพิธี ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์นี้ 402 ราย แพร่กระจายรวม 12 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส 111 รา ยะลา 102 ราย สตูล 46 ราย ปัตตานี 46 ราย สงขลา 36 ราย กระบี่ 18 ราย พัทลุง 13 ราย นครศรีธรรมราช 10 ราย สุราษฎร์ธานี 9 ราย พังงา 5 ราย ตรัง 3 ราย และภูเก็ต 3 ราย โดยขณะนี้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำลังเร่งหาข้อสรุปเชื้อกลายพันธุ์ในจังหวัดทางภาคใต้ คาดว่าจะได้ผลสรุปในสัปดาห์นี้

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า รายงาน พบผู้ป่วยที่มีอาการป่วยรายแรก เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. แต่จากการสอบสวนโรคคาดว่าผู้ติดเชื้อรายแรกน่าจะพบเมื่อวันที่ 29 พ.ค. แต่ยังไม่มีการรายงานเป็นคลัสเตอร์ รายละเอียดพบว่า ชุมชนมีประชากร 3-4 พันราย ในจำนวนนี้เป็นนักเรียน 500 รายจาก 17 จังหวัด นักเรียนมีการรวมกลุ่ม รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมพิธีศาสนา โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ใช้ถาดอาหารและแก้วน้ำร่วมกัน ขณะนี้ทางพื้นที่จัดการปิดโรงเรียน พื้นที่เสี่ยง และสอบสวนโรค คัดกรองเชิงรุกในชุมชน ออกประกาศให้ผู้ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับนักเรียนหรือชุมชน ให้มารายงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อรับการตรวจหาเชื้อ

นอกจากนั้น ประสานไปยังทุกจังหวัดเพราะเมื่อปิดโรงเรียน นักเรียนก็เดินทางกลับบ้าน จึงเร่งประสานไปยังจังหวัดปลายทางให้รับทราบข้อมูล เฝ้าระวังสอบสวนโรค ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ระยะนี้จะเห็นการเดินทางข้ามพื้นที่บ่อย และพฤติกรรมเสี่ยง การรวมกลุ่ม ดังนั้นต้องมีการเฝ้าระวังเข้มงวด

“ที่ประชุม ศบค. หารือกรณีที่โรงเรียนปิดตัวลง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในยะลา แต่ยังพบในพิษณุโลก และมหาสารคาม ต้องมีการทบทวนมาตรการ เรื่องการพิจารณาปิดโรงเรียนต้องหารือร่วมกับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดก่อนที่จะมีการประกาศปิด และเมื่อปิดแล้วต้องมีมาตรการ มีระบบดูแล ทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง จังหวัดปลายทาง เช่น กรมควบคุมโรค เสนอว่า ปิดโรงเรียนแล้วต้องเดินทางกลับบ้าน ให้กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงและต่ำ ให้กักตัวที่บ้าน ไม่ให้พบกับผู้อื่นหรือเข้าตลาดชุมชน เพราะจะกลายเป็นความเสี่ยง” พญ.อภิสมัยกล่าว และว่า ขณะนี้ได้แจ้งไปยังจังหวัดต้นทางและปลายทางแล้ว เบื้องต้นทุกองค์กรให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มีความเป็นห่วงอีกอย่างคือ ในเดือน ก.ค.จะมีเทศกาลวันตรุษอีฎิ้ลฟิตริ ซึ่งจะมีการร่วมกัน จัดเลี้ยง เดินทางข้ามจังหวัด ซึ่งนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ประชาชนติดตามประกาศของจังหวัดอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนเข้าใจและไม่เกิดอคติกับผู้ติดเชื้อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ดีป้า” ปั้น 4 สุดยอดทีมพัฒนาเกมสัญชาติไทยสู่ระดับโลก
บทความถัดไป‘เลขาฯ สภา’ แจง คนขายอาหารในสภาติดโควิดเพิ่ม 1 คน หลังรับวัคซีนเข็มแรกแล้ว ให้ 2 ร้านข้างเคียงไปตรวจเชื้อ