โกลด์แมนแซคส์ หั่นคาดการณ์ศก.ไทยปีนี้เหลือแค่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ชี้เดลต้าทำทรุดทั้งอาเซียน

(AP Photo/Denis Kaminev)

โกลด์แมนแซคส์ หั่นคาดการณ์ศก.ไทยปีนี้เหลือแค่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ชี้เดลต้าทำทรุดทั้งอาเซียน

เว็บไซต์ซีเอ็นบีซี รายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ว่า โกลด์แมนแซคส์ วาณิชธนกิจระดับโลก เผยแพร่ การปรับปรุงการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2021 รอบใหม่ ที่ต้องปรับลดลงจากการประเมินครั้งที่ผ่านมาลงเกือบทุกประเทศ จากสาเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์เดลต้า ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของหลายประเทศเหล่านี้ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ โกลด์แมนแซคส์ ปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวถึง 5.0 เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง 3.4 เปอร์เซ็นต์, มาเลเซีย จาก 6.2 เปอร์เซ็นต์เหลือ 4.9 เปอร์เซ็นต์, ฟิลิปปินส์จาก 5.8 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 4.4 เปอร์เซ็นต์ สิงคโปร์ จากเดิมขยายตัว 7.1 เปอร์เซ็นต์เหลือ 6.8 เปอร์เซ็นต์ และ ไทย จากเดิมที่คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้จะขยายตัว 2.1 เปอร์เซ็นต์ ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

โกลด์แมนแซคส์ คาดการณ์ว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีเพียงสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้นที่สามารถจะเปิดประเทศและฟื้นเศรษฐกิจได้ในปีนี้ โดยประเทศอื่นๆ ที่เหลือรวมทั้งไทย กว่าจะเปิดประเทศได้ก็ต้องรอถึงครึ่งปีแรกของปี 2565 ในขณะที่ปริมาณการติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นจนต้องมีมาตรการยับยั้งที่เข้มงวดกว่าเดิมขึ้นตามมา จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ “อย่างมีนัยสำคัญกว่าเดิม”

ทั้งนี้โลกด์แมนแซคส์ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะเศรษฐกิจของสิงคโปร์และมาเลเซีย อิงอยู่กับการค้าระหว่างประเทศมากกว่า ทำให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าโดยได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางการค้าทั่วโลกมากกว่า โดยมาเลเซียยังจะได้ประโยชน์จากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
ในขณะที่ ไทย และอินโดนีเซีย พึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอยู่มากกว่า มีการค้าระหว่างประเทศต่ำกว่า ในขณะเดียวกันก็มีนโยบายเพื่อป้องกันผลกระทบที่จำกัดกว่า ทำให้ได้ประโยชน์น้อยกว่าจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ผลกระทบจากการขยายตัวในระดับโลกส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์น้อยกว่าที่คาดไว้มาก

วาณิชธนกิจอเมริกันรายนี้ยังระบุด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นก็คือ สัดส่วนการฉีดวัคซีนให้กับประชากรในภูมิภาคที่ยังคงต่ำอยู่มากเมื่อเทียบกับประเทศในตะวันตก ยกเว้นเพียงสิงคโปร์เท่านั้น โดยสิงคโปร์ ฉีดวัคซีนให้กับประชากรเต็ม 2 เข็มไปแล้วกว่า 41 เปอร์เซ็นต์ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ฉีดวัคซีนได้เร็วที่สุดของโลก, มาเลเซียฉีดครบ 2 เข็มไปเพียง 12.4 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด, อินโดนีเซียฉีดครบ 2 เข็มเพียง 5.7 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ฟิลิปปินส์และไทย ฉีดอยู่ในอัตราใกล้เคียงกันคือ ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon