สธ.ตบเท้าป้อง 4 อจ.หมอ หลังถูกทัวร์ลงปมวัคซีน-ยังต้องรอ ‘ไฟเซอร์’-ผวา ‘เดลต้า’ แพร่เร็ว

สธ.ตบเท้าป้อง 4 อจ.หมอ หลังถูกทัวร์ลงปม ‘วัคซีน’ ยังต้องรอ ‘ไฟเซอร์’ เลื่อนกระจาย ผวา ‘เดลต้า’ ดุ แพร่เร็วพันเท่า

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร สธ. ร่วมออกแถลงการณ์ สธ.กรณีการแสดงความคิดเห็นต่อคณาจารย์ด้านวิชาการของ สธ. โดย นพ.เกียรติภูมิแถลงว่า มีการแสดงความคิดเห็นของคนบางกลุ่มด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนมีผลกระทบต่อการทำงานและต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคณาจารย์ในคณะที่ปรึกษาของ สธ. เช่น ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น

“ทุกท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายหรือการจัดซื้อ จัดหา เวชภัณฑ์และวัคซีนแต่อย่างใด สธ.ขอขอบพระคุณชื่นชมและให้กำลังใจ คณาจารย์ทุกท่านในความเสียสละ ทำงานเพื่อประเทศชาติและขอให้สังคมได้ร่วมเข้าใจและรับทราบบทบาทที่มีคุณค่ายิ่งของคณาจารย์ทุกท่านในครั้งนี้” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ไปในแต่ละจังหวัด เนื่องจากอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลของบุคลากรที่จะเข้ารับการฉีดให้มีความชัดเจน ด้วยข้อจำกัดของวัคซีนที่ต้องเก็บในอุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส ในคลัง เมื่อไปถึงตู้เย็นของโรงพยาบาล (รพ.) แต่ละจังหวัด จะเป็นตู้แช่อุณหภูมิ -20 องศา เป็นอุณหภูมิที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะการนำออกมาแช่ในตู้เย็น ณ จุดฉีดที่มีอุณหภูมิเพียง 2-8 องศา โดยวัคซีนจะมีอายุอยู่ได้ไม่กี่ชั่วโมง ดังนั้น การจะส่งไปแต่ละพื้นที่ ต้องเช็กความพร้อมในการฉีดให้ชัดเจนมาก ซักซ้อมการฉีดที่ต้องผสมกับน้ำเกลือเพื่อเจือจางความเข้มข้นของวัคซีนให้ได้ตามมาตรฐาน จึงต้องมีความตรวจสอบความพร้อมเพื่อป้องกันความผิดพลาด โดยคาดว่าจะเริ่มกระจายได้ในสัปดาห์นี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) ออกมาเตือนว่า ไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ขณะนี้กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่แพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก ดูเหมือนจะมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้านี้ โดยอ้างอิงถึงผลวิจัยที่พบในแคนาดา สิงคโปร์ และสกอตแลนด์ ที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับเชื้อเดลต้ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้ารับการรักษาตัวใน รพ.มากกว่าผู้ป่วยในช่วงต้นของการแพร่ระบาด โดยเดลต้าติดต่อได้ง่ายเหมือนกับอีสุกอีใส และยังสามารถที่จะแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่ธรรมดา

โดยมิเชล บาร์รอน ผอ.อาวุโสของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อในโคโลราโด กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้เป็นเหมือนไฟป่า ไม่ใช่แค่ไฟที่จุดขึ้นในแคมป์ แต่เป็นไฟที่กำลังลุกไหม้อย่างเต็มที่ และยังอ้างถึงผลวิจัยจากจีนที่ชี้ว่า ไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่า และขยายตัวในร่างกายมนุษย์มากกว่าไวรัสดั้งเดิมถึง 1,000 เท่า เห็นถึงอันตรายอันใหญ่หลวงที่จะเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้คนจะป่วยหนักขึ้นเพราะเดลต้าด้วยหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon