อว. เผยไทยฉีดวัคซีนแล้ว 42,477,514 โดส จังหวัดมากสุด ‘กทม.’ เข็มแรกกว่า 96.2%

อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 16 กันยายน ฉีดวัคซีนแล้ว 42,477,514 โดส และทั่วโลกแล้ว 5,820 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 317.44 ล้านโดส โดยจังหวัดของไทยที่ฉีดมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ โดยฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 96.2%

วันที่ 16 กันยายน 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 5,820 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 30.3 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 382 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 180 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 317.44 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (77.5% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 119.63 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 42,477,514 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 57.89%

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 5,820 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 16 กันยายน 2564
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 42,477,514 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 28,085,202 โดส (42.4% ของประชากร)
-เข็มสอง 13,773,184 โดส (20.8% ของประชากร)
-เข็มสาม 619,128 โดส (0.9% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.- 16 ก.ย. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 42,477,514 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 830,413 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 614,682 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 13,671,059 โดส
– เข็มที่ 2 3,497,898 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 10,164,259 โดส
– เข็มที่ 2 8,051,161 โดส
– เข็มที่ 3 217,981 โดส

วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 3,841,023 โดส
– เข็มที่ 2 1,907,461 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
– เข็มที่ 1 408,861 โดส
– เข็มที่ 2 316,664 โดส
– เข็มที่ 3 401,147 โดส

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
– บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 124.2% เข็มที่2 115.5% เข็มที่3 87%
– เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่1 59.2% เข็มที่2 43.9% เข็มที่3 0%
– อสม เข็มที่1 69.4% เข็มที่2 47.1% เข็มที่3 0%
– ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 51.7% เข็มที่1 22.8% เข็มที่3 0%
– ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 56.8% เข็มที่2 26.6% เข็มที่3 0%
– ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 53.1% เข็มที่2 23.5% เข็มที่3 0%
– หญิงตั้งครรภ์ เข็มที่1 11.7% เข็มที่2 5% เข็มที่3 0%
รวม เข็มที่1 56.2% เข็มที่2 27.5% เข็มที่3 1.2%

5. จังหวัดที่ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล
กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข็มที่1 75.1% เข็มที่2 31.6% เข็มที่3 1.3% ประกอบด้วย
– กรุงเทพฯ เข็มที่1 96.2% เข็มที่2 38.9% เข็มที่3 1.9%
– สมุทรสาคร เข็มที่1 59% เข็มที่2 23.6% เข็มที่3 0.6%
– นนทบุรี เข็มที่1 58.3% เข็มที่2 24.9% เข็มที่3 0.7%
– สมุทรปราการ เข็มที่1 53.8% เข็มที่2 28.4% เข็มที่3 0.6%
– ปทุมธานี เข็มที่1 48.2% เข็มที่2 25.3% เข็มที่3 0.8%
– นครปฐม เข็มที่1 37.1% เข็มที่2 15.9% เข็มที่3 0.7%

จังหวัดอื่น ๆ 71 จังหวัด เข็มที่1 29.6% เข็มที่2 15.9% เข็มที่3 0.7%
– ฉะเชิงเทรา เข็มที่1 60.5% เข็มที่2 24.7% เข็มที่3 1%
– ชลบุรี เข็มที่1 56.2% เข็มที่2 24.7% เข็มที่3 1%
– พระนครศรีอยุธยา เข็มที่1 48.1% เข็มที่2 18.4% เข็มที่3 0.5%
– เพชรบุรี เข็มที่1 43% เข็มที่2 22.3% เข็มที่3 0.8%
– ยะลา เข็มที่1 42.2% เข็มที่2 18.3% เข็มที่3 0.7%
– สงขลา เข็มที่1 36.1% เข็มที่2 20.6% เข็มที่3 1.2%

6. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 317,447,477 โดส ได้แก่
1). อินโดนีเซีย จำนวน 119,638,458 โดส (27.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2). ไทย จำนวน 42,477,514 โดส (42.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
3). ฟิลิปปินส์ จำนวน 40,030,388 โดส (20.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
4). มาเลเซีย จำนวน 39,438,116 โดส (66.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
5). เวียดนาม จำนวน 31,254,856 โดส (26.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
6). กัมพูชา จำนวน 22,196,554 โดส (68%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
7). สิงคโปร์ จำนวน 8,993,985 โดส (77.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
8). พม่า จำนวน 8,256,673 โดส (9.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
9). ลาว จำนวน 4,630,331 โดส (37.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10). บรูไน จำนวน 385,602 โดส (53.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

7. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1). เอเชียและตะวันออกกลาง 68.35%
2). ยุโรป 11.95%
3). อเมริกาเหนือ 10.10%
4). ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.92%
5). แอฟริกา 2.18%
6). โอเชียเนีย 0.5%

8. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1). จีน จำนวน 2,156.94 ล้านโดส (77% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2). อินเดีย จำนวน 766.98 ล้านโดส (28%)
3). สหรัฐอเมริกา จำนวน 382.29 ล้านโดส (59.7%)
4). บราซิล จำนวน 214.67 ล้านโดส (52.1%)
5). ญี่ปุ่น จำนวน 148.78 ล้านโดส (58.9%)

9. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1). มัลดีฟส์ (96.2% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
2). สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (89.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3). บาห์เรน (85.3%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
4). อุรุกวัย (84.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
5). กาตาร์ (82.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
6). อิสราเอล (80.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
7). ชิลี (79.9%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
8). สิงคโปร์ (77.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
9). จีน (77.5%) (ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sinovac และ CanSino)
10). โปรตุเกส (75.6%) (ฉีดวัคซีนของ Moderna, Pfizer/BioNTech, AstraZeneca/Oxford และ J&J)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อีกคืน! คฝ.ยิงกระสุนยาง-ฉายเลเซอร์ สลายกลุ่มวัยรุ่นซอยมิตรไมตรี ยังไม่มีรายงานผู้ถูกจับกุม
บทความถัดไป2 ปีที่นี่ ‘ผู้ว่าฯปู’ ขอบคุณคนสมุทรสาครร่วมฝ่าฟันโควิด เผยเสียดาย ไม่ได้ทำหลายสิ่งที่ตั้งใจ