เผยไทยฉีดวัคซีนสะสม 70.2 ล้านโดส ได้รับเข็มแรก 60.3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร

แฟ้มภาพ

อว.เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 24 ตุลาคม ฉีดวัคซีนแล้ว 70,279,624 โดส และทั่วโลกแล้ว 6,844 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 489.6 ล้านโดส โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 มากสุด (107.2%)

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 6,844 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 29.3 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ สหรัฐอเมริกา มีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 413 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 190 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ด้าน อาเซียน ขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 489.6 ล้านโดส โดย กัมพูชา ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (80.8% ของประชากร) ในขณะที่ อินโดนีเซีย ฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 180.5 ล้านโดส

สำหรับ ประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 70,279,624 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 61.04%

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 6,844 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1.ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2564
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 70,279,624 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 39,881,034 โดส (60.3% ของประชากร)
-เข็มสอง 28,276,165 โดส (42.7% ของประชากร)
-เข็มสาม 2,122,425 โดส (3.2% ของประชากร)

2.อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.-24 ต.ค. 64 พบว่าประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 70,279,624 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 356,084 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 725,269 โดส/วัน

3.อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 19,492,550 โดส
– เข็มที่ 2 3,523,175 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 10,616,997 โดส
– เข็มที่ 2 19,057,452 โดส
– เข็มที่ 3 1,615,683 โดส

วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 6,502,334 โดส
– เข็มที่ 2 5,139,073 โดส
– เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
– เข็มที่ 1 3,269,153 โดส
– เข็มที่ 2 556,465 โดส
– เข็มที่ 3 506,742 โดส

4.การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
– บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 123.6% เข็มที่2 120.3% เข็มที่3 92.3%
– เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่1 63.7% เข็มที่2 58.5% เข็มที่3 12.4%
– อสม เข็มที่1 74.8% เข็มที่2 68.3% เข็มที่3 9.5%
– ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 66.6% เข็มที่1 52.2% เข็มที่3 2.1%
– ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 52.7% เข็มที่2 35.9% เข็มที่3 2.1%
– ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 62.4% เข็มที่2 51.8% เข็มที่3 0.5%
– หญิงตั้งครรภ์ เข็มที่1 15.3% เข็มที่2 10.9% เข็มที่3 0.1%
– นักเรียน/นักศึกษา อายุ 12-17 ปี เข็มที่1 35.3% เข็มที่2 0.2% เข็มที่3 0%
รวม เข็มที่1 55.4% เข็มที่2 39.3% เข็มที่3 2.9%

5.%การฉีดวัคซีนพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว
1.กรุงเทพมหานคร เข็มที่1 107.2% เข็มที่2 74.5% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 81% เข็มที่2 59.2%
2.ภูเก็ต เข็มที่1 82.7% เข็มที่2 77% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 72.3% เข็มที่2 68.8%
3.ชลบุรี เข็มที่1 79.2% เข็มที่2 61% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 72.9% เข็มที่2 62.8%
4.สมุทรปราการ เข็มที่1 72.3% เข็มที่2 55.1% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 91.5% เข็มที่2 75%
5.พังงา เข็มที่1 63.7% เข็มที่2 52.6% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 72% เข็มที่2 65%
6.ระนอง เข็มที่1 62.1% เข็มที่2 50.7% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 73.6% เข็มที่2 69.1%
7.กระบี่ เข็มที่1 58.7% เข็มที่2 34.2% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 71.5% เข็มที่2 56.3%
8.เพชรบุรี เข็มที่1 57.8% เข็มที่2 44.2% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 62.2% เข็มที่2 54.4%
9.ระยอง เข็มที่1 57.2% เข็มที่2 41.9% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 62% เข็มที่2 51.8%
10.เชียงใหม่ เข็มที่1 56.8% เข็มที่2 38.5% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 66.3% เข็มที่2 55.2%
11.ประจวบคีรีขันธ์ เข็มที่1 55.4% เข็มที่2 43.8% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 65.6% เข็มที่2 58.8%
12.บุรีรัมย์ เข็มที่1 54.4% เข็มที่2 38.3% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 69.3% เข็มที่2 47.4%
13.ตราด เข็มที่1 52.7% เข็มที่2 37.5% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 61.2% เข็มที่2 55.2%
14.สุราษฎร์ธานี เข็มที่1 49.1% เข็มที่2 39.1% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 66.5% เข็มที่2 59.3%
15.เลย เข็มที่1 45.4% เข็มที่2 29.5% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 60.4% เข็มที่2 45.4%
16.หนองคาย เข็มที่1 45.4% เข็มที่2 30.8% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 63.6% เข็มที่2 47.3%
17.อุดรธานี เข็มที่1 44.7%เข็มที่2 29.8% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 72.4% เข็มที่2 59%
รวม เข็มที่1 76% เข็มที่2 54.6% และประชากร 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 74.8% เข็มที่2 58.4%

6.ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 489,654,447 โดส ได้แก่
1.อินโดนีเซีย จำนวน 180,513,797 โดส (40.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2.เวียดนาม จำนวน 71,889,209 โดส (52.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3.ไทย จำนวน 70,279,624 โดส (60.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
4.ฟิลิปปินส์ จำนวน 55,168,455 โดส (26.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
5.มาเลเซีย จำนวน 48,944,761 (77.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6.กัมพูชา จำนวน 28,296,629 โดส (80.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
7.พม่า จำนวน 18,089,109 โดส (22.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
8.สิงคโปร์ จำนวน 9,956,488 โดส (78.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9.ลาว จำนวน 5,928,169 โดส (43.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10.บรูไน จำนวน 588,206 โดส (78.7%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

7.จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1.เอเชียและตะวันออกกลาง 68.99%
2.ยุโรป 10.85%
3.อเมริกาเหนือ 9.61%
4.ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.25%
5.แอฟริกา 2.68%
6.โอเชียเนีย 0.62%

8.ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1.จีน จำนวน 2,240.55 ล้านโดส (80% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2.อินเดีย จำนวน 1,021.35 ล้านโดส (37.3%)
3.สหรัฐอเมริกา จำนวน 412.86 ล้านโดส (64.4%)
4.บราซิล จำนวน 266.23 ล้านโดส (64.4%)
5 ญี่ปุ่น จำนวน 183.34 ล้านโดส (72.6%)

9.ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1.คิวบา (110.7%) (ฉีดวัคซีนของ Moderna, Pfizer/BioNTech, AstraZeneca/Oxford และ J&J)
2.มัลดีฟส์ (100.2% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
3.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (97.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
4.อุรุกวัย (93%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
5.บาห์เรน (92.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
6.ชิลี (91.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac
7.อิสราเอล (87.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
8.กาตาร์ (86%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
9.กัมพูชา (80.8%) (ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sinovac, AstraZeneca/Oxford และ J&J)
10.จีน (80%) (ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sinovac, CanSino และ Anhui)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon