เชียงใหม่ประกาศ กลุ่มเสี่ยงสัมผัส พนักงานร้านทอง-ร้านข้าวต้ม ให้สังเกตอาการ

เชียงใหม่ ย้ำกลุ่มเสี่ยงสูงเร่งฉีดวัคซีนโดยเร็ว ชี้ปัจจัยการติดเชื้อจากการสัมผัสในที่ทำงานยังสูง

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ ประจำวันว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือเพียง 167 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพียง 3 ราย ที่เหลืออีก 164 ราย เป็นผู้ติดเชื้อภายในจังหวัด โดยมาจากคลัสเตอร์ใหม่ และที่มีการระบาดต่อเนื่อง ทั้งหมด 22 ราย ประกอบด้วย คลัสเตอร์ใหม่ ที่หอพักข้างวัดตำหนัก หมู่ 1 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 ราย และคลัสเตอร์ใหม่ ที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ตพลาซา ซึ่งเป็นการระบาดในโซน Food Cort 2 ราย ด้านคลัสเตอร์ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ได้แก่ คลัสเตอร์ไซต์งานก่อสร้าง หมู่ 1 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ 5 ราย, คลัสเตอร์ข้าวต้มย้ง สาขา 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 2 ราย โดยระบาดไปทั้ง 2 สาขาแล้ว, คลัสเตอร์บ้านปางอีกา หมู่ 8 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม 1 ราย และคลัสเตอร์ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ สาขา Big C ดอนจั่น 1 ราย

ส่วนคลัสเตอร์เดิมอยู่ระหว่างการควบคุมโรค พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 ราย ได้แก่ คลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่ 3 ราย ยอดรวมทั้งหมด 2,075 ราย, คลัสเตอร์บริษัทเชียงใหม่ริมดอย หมู่ 4 ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง 3 ราย, คลัสเตอร์บริษัทนิ่มซี่เส็ง สาขาฟ้าฮ่าม 2 ราย, คลัสเตอร์ชุมชนต่างด้าว หลังวัดป่าแพ่ง 1 ราย และคลัสเตอร์ตลาดทองคำ บริเวณวัดสันป่าข่อย 1 ราย

ด้านคลัสเตอร์กลุ่มครอบครัว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21 ราย จาก 6 ครอบครัว โดยพบในครอบครัว หมู่ 10 ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย มากถึง 6 ราย นอกนั้นพบในอำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอสันทราย อีก 5 ครอบครัว ครอบครัวละ 2-3 ราย ส่วนการติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า พบเพิ่ม 62 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรคอีก 52 ราย

ทำให้ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการพบคลัสเตอร์ใหม่ ส่วนการสัมผัสในสถานที่ทำงาน และการสัมผัสจากสถานที่ระบาดในต่างจังหวัด มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ทำให้ภาพรวมของปัจจัยเสี่ยงหลักของการติดเชื้อ คือ การสัมผัสในครอบครัวยังคงเป็นปัจจัยหลัก รองลงมาเป็นการติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชน และการสัมผัสในที่ทำงาน

วันนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทุกคนมีโรคประจำตัวและไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน โดยรายแรกเป็นหญิงไทย อายุ 87 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อไม่ชัดเจน วันที่ 7 พฤศจิกายน มีอาการไข้ ไอ ทานได้น้อย วันต่อมาได้รับการตรวจ RT-PCR พบว่าติดเชื้อโควิด จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน วันที่ 16 พฤศจิกายน มีอาการมากขึ้น ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.จอมทอง วันที่ 26 พฤศจิกายน มีภาวะแทรกซ้อน ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

รายที่สองเป็นชายไทย อายุ 84 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคไตเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงการติดเชื้อไม่ชัดเจน โดยวันที่ 12 พฤศจิกายน เริ่มมีอาการไข้ หายใจเหนื่อย วันต่อมา ได้รับการตรวจ RT-PCR ยืนยันพบว่าติดเชื้อโควิด-19 รับรักษาไว้ที่โรงพยาบาลเอกชน วันที่ 26 พฤศจิกายน หัวใจเต้นเร็ว อ่อนเพลีย ออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์ วันที่ 27 พฤศจิกายน ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

และรายสุดท้ายเป็นชายไทย อายุ 52 ปี มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ไวรัสตับอักเสบบี และตับแข็ง ติดเชื้อจากการสัมผัสในชุมชนเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์กาดเมืองใหม่ โดยวันที่ 20 พฤศจิกายน เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อีก 6 วันต่อมา ได้รับการตรวจ RT-PCR ยืนยันพบว่าติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 28 พฤศจิกายน มีอาการเหนื่อยมากขึ้น รถกู้ชีพนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลนครพิงค์ ใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิต

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงเข้ามาฉีดวัคซีนโดยเร็ว เนื่องจากวัคซีนสามารถลดการป่วยหนักและการเสียชีวิตให้กับผู้ที่ติดเชื้อได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหากเกิดการติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรง และทำให้เสียชีวิตได้ง่าย จึงจำเป็นจะต้องสร้างภูมิต้านทานโรค เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่สามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ตั้งแต่ 1 ธันวาคมนี้ต่อไป

ทั้งนี้ขอประกาศถึงผู้ที่มีประวัติเดินทางไปใช้บริการหรือสัมผัสกับพนักงาน ร้านข้าวต้มย้ง สาขา 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบิ๊กซี ดอนจั่น อำเภอเมืองเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 22-29 พฤศจิกายน ให้สังเกตอาการ 14 วัน หากพบมีอาการผิดปกติ ให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง หรือจุดตรวจเฉพาะกิจศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon