สธ.เผย 59 จังหวัดติดเชื้อ เหลือ 10 กว่าจว.ยังไร้โควิด สั่งป้องกันเต็มที่ ชี้ผู้ป่วยใหม่เกินครึ่ง ติดจากผู้ป่วยเดิม

29.03.20 | 14:53 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงมาตรการเข้มข้นป้องกันสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทย หลังจากมีรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 จำนวนมากขึ้น และมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการพบผู้ป่วยกระจายในหลายจังหวัดของประเทศไทย ว่า ในจำนวนผู้ป่วยที่พบใหม่เกินครึ่งเป็นการสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันเดิมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ป่วยที่ต้องรอการสอบสวนโรคเพิ่มเติม เมื่อติดเชื้อแล้วได้หยุดพักหรือไม่ เพราะหากรู้ตัวช้า จะทำให้มีผู้สัมผัสใกล้ชิดมาก โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่ดูแลผู้ป่วยสูงอายุหรือมีโรคเรื้อรั้ง จะส่งผลตามมาได้

“ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ จึงต้องออกแบบการป้องกันโรคในโรงพยาบาล (รพ.) ให้ดี และอยากให้บุคลากรทุกคนดูแลตนเองให้ดีที่สุด” นพ.ธนรักษ์ กล่าวและว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบผู้ป่วยกระจายไปกว่า 59 จังหวัด และมีประมาณ 10 จังหวัด ที่ยังไม่พบผู้ป่วยเลย การแพร่ระบาดของโรคทั่วประเทศไทยมีลักษณะต่างกัน ลักษณะป้องกันโรคในแต่ละจังหวัดจึงต่างกันออกไป ความเข้มข้น น้ำหนัก

นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า วิธีการจัดการระบบป้องกันควบคุมโรคจะต่างกันออกไป แบ่งเป็น 1.กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นเพื่อค้นหาผู้ป่วยให้ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงใช้มาตรการลดระยะห่างทางสังคมให้มากที่สุด 2.จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ป่วย จะดำเนินการป้องกันโรคเหมือนกรุงเทพฯ ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือ จะพบผู้ป่วยที่เดินทางจากต่างพื้นที่ สิ่งที่ต้องทำในขณะนี้คือ ต้องเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าจังหวัด และติดตามเฝ้าดูอาการให้ครบ 14 วัน 3.จังหวัดที่พบผู้ป่วยน้อย ประมาณ 1-4 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น ลักษณะการป้องกันจะคล้ายกับกลุ่มแรก คือจะต้องค้นหาผู้เดินทางจากนอกพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด เข้าไปสอบสวนโรคเพื่อหยุดการแพร่โรคให้ได้เร็วที่สุด ยุทธศาสตร์ในการพยายามยุติโรคให้ได้โดยเร็วในจังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยจากนอกพื้นที่เข้าไป เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของกรมควบคุมโรค เพื่อให้มีจังหวัดที่ปลอดผู้ป่วยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 4.จังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยจำนวนหนึ่งแต่ยังไม่ขยายในวงกว้าง เช่น สุรินทร์ อุดรธานี กาญจนบุรี บุรีรัมย์ นครราชสีมา เป็นต้น โดยจะต้องมีวิธีป้องกันเน้นหนักใน 2 เรื่อง คือ การตรวจจับผู้ป่วยและสอบสวนโรคให้ได้โดยเร็ว และจะต้องพิจารณามาตรการเชิงสังคม ที่จะต้องเพิ่มระยะห่างระหว่างบุคคลมากขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายกับมาตรการในกทม. และ 5.จังหวัดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจะมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันและจะมีมาตรการที่แตกต่างกันออกไป

“ในส่วนของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก และแพร่กระจายไปมาก จะต้องตามตะครุบผู้ป่วยให้ได้อยู่ดี แต่มาตรการที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นต้องเพิ่มระยะห่างทางสังคม เพื่อให้พบปะกันน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น การทำงานที่บ้าน การใช้มาตรการเลื่อมเวลาเพื่อลดความหนาแน่นในพื้นที่สาธารณะ” นพ.ธนรักษ์ กล่าว