‘บึงกาฬ’ สั่งปิดเมือง คนเข้า-ออกจังหวัดต้องมีหนังสืออนุญาต มีผลวันนี้-30 เม.ย.

‘บึงกาฬ’ สั่งปิดเมือง คนเข้า-ออกจังหวัดต้องมีหนังสืออนุญาต มีผลวันนี้-30 เม.ย.

ปิดเมือง – เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา จังหวัดบึงกาฬ ยังเป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสานที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 และเป็นจังหวัดเดียวที่ยังไม่ปิดให้ประชาชนเดินทางเข้า-ออก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบึงกาฬ นำโดย นายสนิท ขาวสอาด ผวจ.บึงกาฬ พร้อม รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ สาธารณสุขจังหวัด อบจ. และหน่วยงานที่เกี่ยว ร่วมประชุมเพื่อวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายหลังจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดเดียวในภาคอีสาน ที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อโควิค-19 ซึ่งใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง จึงได้ข้อสรุป และ มีมาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมืองไม่รับคนนอกภูมิลำเนาเข้ามา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.บึงกาฬ มีมติ ห้ามบุคคลใด เดินทาง เข้า-ออก ในเขตพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค การควบคุมป้องกันโรค การขนส่งสินค้าที่จำเป็น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทางการเกษตร ปศุสัตว์ อาหารสัตว์ แก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง การไปรษณีย์ อุปกรณ์เครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เช่น ยานพาหนะเพื่อการขนส่งยา อุปกรณ์ วัสดุเวชภัณฑ์เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์ ยานพาหนะเพื่อการฉุกเฉินทางการแพทย์ กู้ชีพ กู้ภัย ฉุกเฉิน รถพยาบาล ยานพาหนะเพื่อการขนส่งเงินของธนาคารสถาบันการเงินยานพาหนะเพื่อขนส่งวัสดุก่อสร้างเครื่องจักรก่อสร้างชิ้นส่วนประกอบซ่อมบำรุง ยานพาหนะเพื่อขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์ เป็นต้น

โดยปิดไม่ให้บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอื่นเดินทางเข้ามาในจังหวัดบึงกาฬโดยเด็ดขาด แต่อนุญาติให้บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดบึงกาฬที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเดินทางเข้า-ออก ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายในท้องที่ที่ด่านตรวจคัดกรองตั้งอยู่ โดยกรอกแบบฟอร์มที่จัดทำไว้ให้อย่างละเอียด และให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจจัดทำบัญชีควบคุมการเดินทางเข้า-ออก เป็นประจำทุกวัน และให้นายอำเภอประจำท้องที่ที่จุดตรวจนั้นตั้งอยู่เก็บไว้เป็นหลักฐาน /ห้ามมิให้รถโดยสารสาธารณะทุกชนิดเดินทางเข้า-ออก ในเขตพื้นที่จังหวัด / และสั่งปิดโรงแรม รีสอร์ท สถานที่พักแบบรายวัน เป็นต้น

เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อ่านให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

ด้าน พล.ต.ต.พลัฏฐ์ วิเศษสิงห์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในช่วงที่เดินทางออกตรวจเยี่ยมและให้กำลังแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านตรวจในพื้นที่ตำบลดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ว่า มาตรการหลักที่ตำรวจจะดำเนินการคือตรวจทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดบึงกาฬ จะต้องผ่านการตรวจสอบและคัดกรอง บุคคลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็สามารถเดินทางเข้า-ออกได้ ส่วนคนที่ไม่ได้รับการยกเว้นก็เข้ามาได้ (แต่ต้องได้รับการควบคุม) ที่บ้าน หรือสถานที่ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

พล.ต.ต.พลัฏฐ์กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีจุดตรวจหลักอยู่ 5 จุด และในอำเภออีก 3 จุด รวม 8 จุดตรวจ และทุกโรงพักมีจุดตรวจอีก 9 จุดตรวจ ซึ่งทุกพื้นที่ได้กวดขันจับกุมบุคคลที่ออกนอกเคหสถาน ตั้งแต่ 22.00-04.00 น. ที่ผ่านมาจับกุมไปแล้ว 4 คดี ศาลได้ตัดสินลงโทษในคดีแรกไปแล้วโดยให้จำคุก 15 วัน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา ต้องเรียนว่าผลการจับกุมมีน้อยก็เพราะประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และบึงกาฬเป็นจังหวัดไกลไม่ใช้เป็นจังหวัดทางผ่าน

“ฝากเตือนไปยังประชาชนที่จะออกนอกบ้านทั้งในเวลานอกเคอร์ฟิวและในเคอร์ฟิว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรออกจากบ้าน ในพื้นที่ทุกวันนี้ถึงเราจะยังไม่พบผู้ติดเชื้อก็ตาม แต่ผู้ที่สัญจรไปมาเราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าใครติดเชื้อไม่ติดเชื้อ ทางที่ดีที่สุดอยู่ที่บ้านตัวเอง ไม่ต้องออกมานอกบ้าน การออกมานอกบ้านไม่รู้ว่าเราจะออกมาแพร่เชื้อ หรือเราออกมารับเชื้อ แต่ถ้าเราอยู่ที่บ้านมีความปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถือว่าดีที่สุด อยู่บ้านช่วยชาติ ปลอดเชื้อ” พล.ต.ต.พลัฏฐ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฝ่าวิกฤต ‘โควิด-19’ ลุ้น สพฐ.สอนผ่าน ‘ออนไลน์’ ฉลุย หรือคว้าน้ำเหลว??
บทความถัดไปชัชชาติ ชี้แนวแก้ไขวิกฤต ‘โควิด-19’ ย้ำหัวใจมาตรการรัฐ 6 ข้อ เตือนกระสุนเราจำกัด ยิงพลาด ไม่มีโอกาสแก้ตัว