‘เพื่อไทย’ แนะรัฐผ่อนปรนมาตรการเคอร์ฟิว ให้กิจกรรมเศรษฐกิจบางอย่างเดินหน้าได้

“เพื่อไทย” แนะ รัฐทบทวน-ฝ่อนปรนมาตรการเคอร์ฟิว เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างเดินหน้าได้ ติง หากยอดลดลงไม่ใช่จะยกระดับขึ้นเรื่อยๆ ถาม “ส.ส.พปชร.” เอาให้ชัดปมเอาหน้ากาก-แอลกอฮอล์มาแจกมากมาย เอามาจากไหน-ใช้งบจากไหน

 

เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 7 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. แถลงว่า 1.ตนขอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐควรจะประเมินมาตรการเคอร์ฟิว ว่า ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นควรผ่อนปรน ไม่ใช่ข่มขู่ประชาชนว่าจะใช้ยาแรงขึ้น หลังจากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญรัฐควรผ่อนปรนบางมาตรการเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทกลับมาขับเคลื่อนได้ ไม่ใช่มีเจตนาแอบแฝงจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเรื่อยๆ หรือเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม-ตี 4 ไม่ได้ผลก็อ้างว่าจะต้องเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ลักษณะแบบนี้ไม่น่าจะเป็นการออกมาตรการที่ถูกต้อง หรือสอดรับกับสถานการณ์ ไม่ใช่ไปจับประชาชนที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว แล้วมาอธิบายว่าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ แล้วออกยาแรงขึ้น

นอกจากนี้ มีหนังสือของกระทรวงมหาดไทยที่ส่งไปยังส่วนภูมิภาค ให้แต่ละจังหวัดยกระดับในการเตรียมการรับมือ ประชาชนก็ตื่นตระหนก สื่อมวลชนตีความหนังสือราชการนั้นผิด แต่สิ่งบ่งชี้สำคัญคือ มาจากความตระหนก และความไม่เชื่อมั่นของหลายมาตรการของภาครัฐที่ออกมาก่อนหน้านี้ มีความลักลั่น สับสน ไม่มีมาตรการรองรับ และมีการใช้แบบหลายมาตรฐาน หรือไร้มาตรฐาน ประชาชนจึงต้องตั้งตนอยู่บนความเฝ้าระวัง

ทั้งนี้ หลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมไวรัส ไม่ได้ใช้มาตรการประกาศเคอร์ฟิวทำไมเขาสามารถควบคุมได้ วันนี้มีข้อมูลออกมาว่า การติดเชื้อเกิดจากคนที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วหากประกาศไม่ให้ออกไปไหนเลย 24 ชั่วโมงจะเป็นมาตรการที่สอดรับได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ประชาชน และฝ่ายค้านให้ความร่วมมือ หากท่านจะประกาศใช้เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ท่านเตรียมการรองรับไว้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ได้จัดเตรียมการผลิตอาหาร ระบบการจัดส่งเครื่องอุปโภค บริโภคไว้หรือยัง ท่านได้มีมาตรการรองรับหรือยัง ที่สำคัญจะใช้งบประมาณส่วนไหนในการดูแลประชาชน

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า 2.ส.ส.พรรค พท. ทำมาโดยตลอดนการลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย หรือชวนชาวบ้านทำหน้ากากอนามันหรือเจลล้างมือ แต่ที่สั่งเกตคือ ส.ส.พรรค พท.ใช้เงินงบประมาณของตัวเองในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนสู่กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ตนขอตั้งข้อสังเกตมี ส.ส.ฟากรัฐบาล หรือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั่นเอง ในหลายพื้นที่ไปเอาหน้ากาก แอลกอฮอ และเจลล้างมือมากขนาดนั้นที่ไหนมาแจก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทมี่ประกาศว่า จะแจกหน้ากากอนามัย 10 ล้านชิ้น ตกลงเป็นมติ ครม. ที่ให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดหา หรือเป็นงบประมาณที่มาจากเงินเดือน ส.ส.ที่ถูกหัก หรือเป็นเงินจากการจัดโต๊ะจีนของพรรค พปชร.เอาให้ชัดว่าเอาจากไหนมาแจก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันการกักตุนสินค้า ทราบหรือไม่ แล้วถ้าเป็นการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือสั่งให้ผลิต เอางบประมาณจากส่วนไหนมาจ้างให้ผลิต

ทั้งนี้ เมื่อเกิดวิกฤตมีคนเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนถือเป็นเรืองดี และต้องแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชน แต่ท่านต้องแยกแยะระหว่างข้าวของ เวชภัณฑ์ที่เอาไปแจกพี่น้องประชาชนท่านเอามาจากไหน และใช้งบประมาณส่วนใดในการเข้ามาบริหารจัดการ นอกจากนี้ หน้ากากอนามัย 10 ล้านชินนี้ มีการประกาศว่าเป็นการดำเนินการโดยพรรค พปชร.​ก่อนจะลบไป เมื่อไปค้นข่าวปรากฏว่า เป็นมติ ครม. โดยอนุมัติให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น หากท่านจะแจกประชาชนท่านก็ต้องทำให้สอดรับกับสถานการณ์ เพราะแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังขาดแคลนหน้ากากอนามัย

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 185 ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภากระทําการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่าย หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

(2) กระทําการในลักษณะที่ทําให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทําโครงการใดๆ ของหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นการดําเนินการในกิจการของรัฐสภา (3) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตําแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น รัฐธรรมนูญบอกชัดว่า ไม่ใช่ท่านไปเอาของจากหน่วยวงานราชการในกำกับของท่านไปแจก หรือชี้นำให้ประชาชนเห็นว่า

ท่านเป็นคนดึงงบ หรือให้หน่วยงานรัฐเข้าไปแจกในพื้นที่ของท่านเพื่อแสวงหาคะแนนนิยม วันนี้จึงต้องแยกแยะให้ชัดว่า ท่านใช้งบประมาณ ส่วนใด ท่านไปแทรกแซง ก้าวก่าย หรือเอาทรัพยากรของรับไปหาเสียงในพื้นที่ของท่านในช่วงมหาวิกฤตนี้หรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สโมสรกัลโช่เห็นพ้องลดเงินเดือนนักเตะ-โค้ช ฝ่าวิกฤตโควิด
บทความถัดไปสวทช.พัฒนาแอพพ์สู้โควิด-19 ‘DDC-Care และ Traffy Fondue’