เกษตรกร 10 ล้านครัว รับ 5 พัน 15 พ.ค.นี้ เตือน 1.7 ล้านครัว รีบไปปรับปรุงทะเบียน

เกษตรกร 10 ล้านครัว รับ 5 พัน 15 พ.ค.นี้ เตือน 1.7 ล้านครัว รีบไปปรับปรุงทะเบียน

เงินเยียวยาเกษตรกร – ด้านความคืบหน้าการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอกลุ่มซาเล้งขายของเก่าได้รับเงิน 5 พันบาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน

นายลวรณ แสงสนิท โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กลุ่มซาเล้ง ถือเป็นอาชีพอิสระ และมีสิทธิลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท หากถูกปฏิเสธสิทธิรับเงินในรอบแรก สามารถมายื่นทบทวนสิทธิได้

“หากไม่ได้ลงทะเบียนแล้วต้องการให้ช่วยเหลือ เพราะเห็นว่ากลุ่มนี้เดือดร้อน กระทรวงพาณิชย์สามารถนำข้อเสนอผ่านคณะกรรมการเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ที่มีปลัด 10 กระทรวง ร่วมเป็นคณะกรรมการได้ โดยเสนอจัดเข้ากลุ่มตกหล่นก็ได้” นายลวรณกล่าว

กลุ่มเกษตรกรตรวจชื่อ 10 พ.ค.

ขณะที่การช่วยเหลือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานของรัฐ ครัวเรือนละ 5 พันบาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.63) จำนวน 10 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 150,000 ล้านบาท

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การช่วยเหลือได้แบ่งเกษตรกรเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ จำนวน 8.43 ล้านราย และ กลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียน ไม่เกิน 1.57 ล้านราย

นายเข้มแข็งกล่าวว่า ในส่วนเกษตรกรผู้ปลูกพืชที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2562 และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2563 แล้ว 6.3 ล้านครัวเรือน ขอให้ไปตรวจสอบรายชื่อที่ติดประกาศภายในชุมชนตามที่ตั้งแปลงปลูกภายในวันที่ 10 พฤษภาคม เพื่อส่งไปคัดกรองเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเท่านั้น

ธ.ก.ส.ดีเดย์โอนเงิน15พ.ค.

นายเข้มแข็งกล่าวต่อว่า กลุ่มที่ 2 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรก่อนปี 2562 และยังทำการเกษตรอยู่ จำนวน 1.7 ล้านครัวเรือน ให้ไปตรวจสอบรายชื่อที่ติดประกาศภายในชุมชนตามที่ตั้งแปลงปลูก หากพบว่ามีชื่ออยู่ในกลุ่มนี้ขอให้ไปปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อส่งรายชื่อไปคัดกรองเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือ

ส่วนกลุ่มที่ 3 เกษตรกรรายใหม่ ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนเกษตรกร หลังจากที่ปลูกพืชแล้ว 15 วัน ให้มาติดต่อขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อส่งไปคัดกรองเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือต่อไป” นายเข้มแข็งกล่าว

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า เกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงเกษตร ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง จะกระจายการโอนครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ประมาณวันละ 1 ล้านราย คาดเริ่มทยอยโอนเงินได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพจหมอ เตือนใส่ หน้ากากอนามัย วิ่งออกกำลังกาย อันตราย
บทความถัดไป09.00 INDEX ทำไม #MAYDAYMAYDAY จึงก่อความหงุดหงิด ความไม่พอใจ