สธ.ยัน “โควิด-19” ปน “คาวาซากิ” ในกลุ่มเด็ก ยังไม่มีรายงานในเอเชีย

สธ.ยัน “โควิด-19” ปน “คาวาซากิ” ในกลุ่มเด็ก ยังไม่มีรายงานในเอเชีย

กรณีมีรายงานการเกิดโรคหลอดเลือดอักเสบ ที่เรียกเบื้องต้นว่า Pediatric Multisystem Inflammatory Syndrome associated with COVID-19 หรือ กลุ่มอาการคล้ายโรคคาวาซากิ ที่อาจจะสัมพันธ์กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด–19 ในเด็ก ที่พบในประเทศทางตะวันตกนั้น

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีหลายประเทศทางตะวันตกที่พบว่า ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 มีจำนวนของเด็กที่เจ็บป่วยด้วยอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบทั่วร่างกาย คล้ายกับที่พบในโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) ซึ่งปกติจะพบบ่อยในเด็กเอเชีย แต่พบน้อยมากในเด็กอเมริกาหรือยุโรป โดยอาการที่พบจะเป็นอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ร่วมกับหัวใจอักเสบ และมีภาวะช็อก

“โดยมีเด็กจำนวนหนึ่งตรวจพบหลักฐานการติดเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย จึงเป็นที่มาของคำแนะนำในประเทศทางตะวันตกว่า หากมีเด็กที่มีอาการแสดงที่น่าสงสัย หรือเข้าได้กับหรือกลุ่มอาการคาวาซากิ หรือมีภาวะช็อกที่อธิบายสาเหตุไม่ได้ ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษว่าอาจจะสัมพันธ์กับการติดเชื้อโควิด-19 และควรจะพิจารณาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ร่วมด้วย” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานเด็ก 3 คน ในเมืองนิวยอร์กที่เสียชีวิต ด้วยอาการที่เข้าได้กับโรคคาวาซากิ และอยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อโควิด-19 จริงหรือไม่

ด้าน นพ.อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กล่าวว่า โรคหลอดเลือดอักเสบคาวาซากิ เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม ร่วมกับการสัมผัสกับสารก่อโรคในสิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมี หรือจุลินทรีย์บางชนิด ไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่รุนแรง จนกระทั่งเกิดการอักเสบของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยและจีน ยังไม่มีหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการติดเชื้อโควิด- 19 กับ กลุ่มอาการคาวาซากิ

“นอกจากนั้น ในเดือนที่ผ่านมา สถาบันสุขภาพเด็กฯ มีผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับภาวะหลอดเลือดอักเสบ ที่หาสาเหตุไม่ได้ 2 ราย หลังจากรักษาประคับประคอง ผู้ป่วยฟื้นตัวดีซึ่งสามารถกลับบ้านได้ และไม่ได้พบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคสูงเพิ่มขึ้นผิดสังเกตแต่อย่างใด” นพ.อดิศัย กล่าวและว่า นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดโดยเครือข่ายแพทย์โรคติดเชื้อในเด็ก รวมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดอักเสบจากภูมิคุ้มกันของประเทศไทย ตลอดจนกุมารแพทย์โรคหัวใจ ในเครือข่าย Asian Kawasaki Disease Collaborating Research Network (AKDCRN) จากญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และมาเลเซีย แต่ก็ยังไม่มีการรายงานกลุ่มอาการนี้

นพ.อดิศัย กล่าวว่า ในทางตรงข้ามกลับพบว่า โรคคาวาซากิและการเจ็บป่วยเฉียบพลันลดลง จากการทำ physical distancing โดยสรุปในภูมิภาคเอเชีย ยังไม่พบมีจำนวนผู้ป่วยเด็กที่มีอาการเหล่านี้มากขึ้นแต่อย่างใด

“อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการติดเชื้อโควิด-19 ในเด็กส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย แต่ถ้าหากเด็กมีอาการที่น่าสงสัยคือ ไข้สูงหลายวัน มีผื่นผิวหนัง มีอาการทางเดินอาหารคลื่นไส้ อาเจียน ซึม ผิดสังเกต สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรมาขอคำปรึกษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ โทร.1415 เพื่อให้คำแนะนำในการมาตรวจรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป” นพ.อดิศัย กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนอรุณ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 : โดย อรุณ วัชระสวัสดิ์
บทความถัดไป‘SICRES ศิริราช’ แย้มวิจัยต้นแบบ ใช้ ‘คลอโรควิน’ ป้องกันโควิด-19 ลุ้นทดลองในคน