ผู้ใหญ่บ้านนำทีมกรอกเอกสารให้ลูกบ้านขึ้นทะเบียนเกษตรกร ลุ้นรับเงินเยียวยา ชี้ไม่อยากให้ใครเสียสิทธิ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านของนายอนุสรณ์ ฤทธิ์ล้ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ได้มีลูกบ้านที่เป็นเกษตรกรนำเอกสารหลักฐานการถือครองที่ดิน สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อประกอบการขึ้นทะเบียน และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรใหม่ เพื่อเร่งนำเอกสารไปยื่นต่อทางสำนักงานเกษตรอำเภอ ในการรอรับเงินตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ช่วงระหว่างประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะหมดเขตการขึ้นทะเบียนในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้

นายอนุสรณ์กล่าวว่า เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ไม่ค่อยทราบถึงขั้นตอนของการลงทะเบียน บางคนไปขึ้นทะเบียนที่เกษตรอำเภอ แต่เนื่องจากขาดเอกสารหลักฐาน ต้องเดินทางกลับมาเอาใหม่หลายรอบ ทำให้ต้องเสียเวลาทำมาหากินเป็นอย่างมาก บางคนยอมเสียสิทธิไปเพราะไม่เข้าใจขั้นตอนการกรอกข้อมูล ทางผู้ใหญ่บ้านจึงไม่อยากให้ลูกบ้านเสียสิทธิตรงนี้ ได้ให้นายนพรัตน์ จั่นสำอางค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และเป็นอาสาสมัครเกษตรตำบล และผู้ช่วยคนอื่นๆ ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่เกษตรกร พร้อมแนะนำและประชาสัมพันธ์เรื่องการทำเอกสาร โดยการนำหลักฐานมาให้กับทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเกษตรตำบล กรอกข้อมูลอำนวยความสะดวกให้ เพื่อรวมรวมเอกสารทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ของเราจะไปยื่นให้เองที่สำนักงานเกษตรอำเภอ โดยที่เกษตรกรไม่ต้องเดินทางไป เพื่อความสะดวกและหลีกเลี่ยงความแออัดที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ลดปัญหาของเจ้าหน้าที่ รวมถึงยังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย


“เพื่อไม่ให้เกษตรกรที่ตกหล่นจากการรับสิทธิเยียวยาตรงนี้ ได้มีสิทธิ เมื่อยื่นเอกสารไปแล้วก็ยังติดตามผลให้ว่าเกษตรกรคนไหนผ่านเกณฑ์หรือยัง คนไหนต้องแก้ไขใหม่ ทั้งเกษตรกรรายเก่าและที่ขึ้นทะเบียนใหม่ เพื่อนำมาแก้ไขให้โดยเร็ว ขณะนี้คนที่ผ่านเกณฑ์แล้วประมาณกว่า 100 คน ส่วนที่กำลังดำเนินการอยู่เหลืออีกประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งจะทำให้ทุกคนที่เป็นเกษตรกรตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง โดยที่ไม่ได้เรียกร้องสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกคนเป็นลูกบ้าน

“เมื่อยื่นเอกสารได้แล้วจะได้รับหรือไม่ได้รับเงินเยียวยานั้นอยู่ที่ดุลพินิจของกระทรวง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการที่ช่วยทำเอกสารยื่นให้ ถือเป็นการช่วยเหลือกันในฐานะลูกบ้าน ถ้าทุกคนเอกสารครบ ข้อมูลครบ ก็ยื่นได้ทันที ซึ่งก็เหลืออีก 3 วัน คือวันที่ 15 พ.ค.จะหมดเขตการรับสมัครแล้ว จึงเร่งออกสำรวจพื้นที่ พร้อมทำเอกสารยื่นให้เร็วที่สุดภายในวันสองวันนี้ เพื่อทุกคนจะได้ไม่ตกหล่น และได้รับสิทธิอันพึงจะได้” นายอนุสรณ์กล่าว

นางสาวประจวบ โฉสูงเนิน เกษตรกรบ้านไทยประจัน กล่าวว่า มีพื้นที่ 16 ไร่ ปลูกสับปะรด ถั่วฝักยาว แตงกวา สลับกัน และมีสระน้ำเลี้ยงปลา ที่ผ่านมาไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท เพราะใช้โทรศัพท์ลงทะเบียนไม่เป็น ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ให้นำเอกสารมากรอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ช่วยเหลือดีทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกษตรกรได้มายื่นเอกสารหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเกษตรตำบลก็จะลงตรวจสอบพื้นที่ว่ามีการปลูกพืชทำการเกษตร และมีที่ดินตามที่แจ้งไว้ในเอกสารหรือไม่ ก่อนจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอให้ทันวันที่ 15 พ.ค.63 เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงพิจารณาต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครม. อนุมัติ เพิ่มเงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 2
บทความถัดไปอียู-อังกฤษ เริ่มเจรจา ‘ข้อตกลงการค้าหลังเบร็กซิท’ รอบที่ 3