เฝ้าระวัง “โควิด-19” 889 กลุ่มตัวอย่างอาการคล้าย “ไข้หวัดใหญ่” ไม่พบติดเชื้อ

เฝ้าระวัง “โควิด-19” 889 กลุ่มตัวอย่างอาการคล้าย “ไข้หวัดใหญ่” ไม่พบติดเชื้อ

ตรวจเชื้อ- เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. มีนโยบายปกป้องสุขภาพของประชาชนและบุคลากร ทางการแพทย์ไม่ให้เจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนอาจจะมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ และไม่ต้องการให้มีการระบาดทั้งโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และ ไข้หวัดใหญ่ โดยการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563

“ทั้งนี้ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ระบุว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการผิดปกติในระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล แม้ว่าจะมีอาการเหมือนกันหลายอย่าง แต่เกิดจากเชื้อไวรัสต่างสายพันธุ์กัน เนื่องจากความคล้ายคลึงกันดังกล่าว จึงยากที่จะระบุโรคได้โดยดูตามอาการเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพื่อยืนยันว่าติดโรคโควิด-19 หรือไม่” นพ.โอภาส กล่าว

ทั้งนี้ นพ.โอภาส กล่าวว่า ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ (Thai National Influenza Center) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยความร่วมมือกับกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และโรงพยาบาลเครือข่าย 20 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ รพ.เกาะสมุย รพ.ด่านขุนทด รพ.นครพนม รพ.นครพิงค์ รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.พระนารายณ์มหาราช รพ.พระปกเกล้า รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช รพ.มหาสารคาม รพ.แม่จัน รพ.ยโสธร รพ.เลย รพ.วชิระภูเก็ต รพ.สันป่าตอง รพ.ตรัง รพ.ประจวบคีรีขันธ์ รพ.หนองคาย รพ.ราชบุรี และสถาบันบำราศนราดูร ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 จำนวน 889 ตัวอย่าง จำแนกเป็นรายภาค ดังนี้ ภาคกลาง 363 ตัวอย่าง ภาคเหนือ 92 ตัวอย่าง ภาคใต้ 150 ตัวอย่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 284 ตัวอย่าง ผลการตรวจทางห้องแล็บไม่พบเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ในกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ เป็นห้องแล็บเครือข่ายเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ปี 2515 และยังเป็นห้องแล็บอ้างอิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์การอนามัยโลกด้านไข้หวัดใหญ่ โดยมีบทบาทและหน้าที่ในการเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของตัวเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และส่งตัวอย่างเชื้อที่มีความผิดปกติ หรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมไปยังองค์การอนามัยโลกอย่างสม่ำเสมอ และศึกษาติดตามการแพร่ระบาดและการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ทำให้ได้ข้อมูลอุบัติการณ์ของตัวเชื้อตามฤดูกาล และการกระจายของตัวเชื้อตามลักษณะภูมิอากาศของแต่ละภาค ศึกษาและเฝ้าระวังการดื้อยา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมป้องกันโรค และการบริหารวัคซีนของประเทศให้เหมาะสม กับคนไทย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เฉลิมชัย’ ยันกลับเยียวยา ขรก.ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือไม่ เป็นอำนาจ กก.กลั่นกรองฯ-ครม.
บทความถัดไปตามหาของฝากจากกรุงเทพฯ