‘โควิด-19’ ไทยพบป่วยใหม่ 17 ราย!!

‘โควิด-19’ ไทยพบป่วยใหม่ 17 ราย!!

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศไทยไม่พบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม สะสม 58 ราย รักษาหายสะสมที่ 2,968 ราย อยู่ในการรักษาที่โรงพยาบาล (รพ.) จำนวน 75 ราย และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มใหม่ 17 ราย สะสมอยู่ที่ 3,101 ราย พบในกรุงเทพมหานคร และ จ.นนทบุรี จำนวน 1,729 ราย ภาคเหนือ 95 ราย ภาคกลาง 423 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 111 ราย ภาคใต้ 743 ราย โดยผู้ป่วยอายุน้อยสุด 1 เดือน อายุมากสุด 97 ปี โดยเฉลี่ยคืออายุ 39 ปี พบผู้ป่วยมากในอายุ 20-29 ปี

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine )

1.ประเทศคูเวต 13 ราย เป็นชายไทย 12 ราย อายุ 31 – 56 ปี และหญิงไทย 1 ราย อายุ 44 ปี
กลับถึงไทยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม จำนวน 9 ราย และ 26 พฤษภาคม จำนวน 4 ราย และเข้าพักที่ กทม. 5 ราย และ จ.สมุทปราการ 8 ราย ทุกรายตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
โดย 1 ราย มีอาการไอ หายใจขัด และที่เหลือไม่มีอาการ

2.ประเทศกาตาร์ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 24ปี และหญิงไทย อายุ 29 ปี กลับถึงประเทศไทย
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม และเข้าพักที่ จ. สมุทรปราการ โดยผู้ป่วยหญิง เริ่มมีอาการไอ
มีเสมหะ ปวดศีรษะ และผู้ป่วยชาย ไม่มีอาการ และทั้ง 2 รายตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน

3.ประเทศซาอุดิอาระเบีย 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 28 และ 29 ปี กลับถึงประเทศไทย
ผ่านทางด่านปะดังเบชาร์ เมื่อวันที่ 21 และ 25 พฤษภาคม และเข้าพักที่ จ.สงขลา และทั้ง 2 รายตรวจพบเชื้อในครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ไม่มีอาการ รวมทั้งสิ้นมีผู้ป่วยวันนี้คือ 17 ราย

“เมื่อเช้ามีการประชุมผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยมีการหารือกันว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 2 หลัก ซึ่งเป็นความสำคัญของสถานกักกันโรคฯ ตัวเลข 17 ราย ก็ถือว่าเยอะ และขณะนี้ทีผู้เดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 400-500 คน โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้พูดว่า เป็นสิทธิ์ของคนไทยที่จะได้เข้ามาในประเทศ เมืองไทยต้องต้อนรับ สิ่งที่สำคัญคือนโยบายการกำกับที่ด่าน มีการตรวจหาเชื้อโดยเร็ว” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า มีการหารือกับผู้ตรวจราชการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งเป็นพื้นที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการลดเวลาและลดความแออัด เพื่อให้ผู้เดินกลับได้เข้าสู่สถานกักกันโรคฯ ให้เร็วที่สุด ซึ่งทางภาคใต้จะมีส่วนที่เป็นสถานกักกันโรคในพื้นที่ (Local Quarantine) เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ป่วยแล้วเข้ามาจะต้องตรวจเจอโดยเร็วเพื่อรีบรักษาให้หายโดยเร็ว เพื่อเป็นการลดการใช้ทรัพยากร

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์คนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สะสมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – วันที่ 4 มิถุนายน จำนวน 164 ราย โดย 1.ประเทศคูเวต มีผู้เดินทาง 174 ราย ติดเชื้อยืนยัน 33 ราย 2.ประเทศซาอุดิอาระเบีย มีผู้เดินทาง 79 ราย ติดเชื้อยืนยัน 14 ราย 3.ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เดินทาง 451 ราย ติดเชื้อยืนยัน 65 ราย 4.ประเทศปากีสถาน มีผู้เดินทาง 122 ราย ติดเชื้อยืนยัน 10 ราย และ 5.ประเทศกาตาร์ มีผู้เดินทาง 216 ราย ติดเชื้อยืนยัน 11 ราย

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับอาชีพของผู้ป่วยในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม – วันที่ 3 มิถุนายน พบว่า 1.นักเรียน กลับจากประเทศซาอุดิอาระเบีย ตุรกี อียิปต์ ปากีสถาน และ สหรัฐอเมริกา 2.รับจ้างทั่วไป กลับจากประเทศคาซัคสถาน คูเวต และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 3.พนักงานนวด กลับจากประเทศรัสเซีย กาตาร์ อินเดีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้ป่วยในสถานกักกันโรคฯ สะสมรวม 640 ราย การจำแนกตามอาการของผู้ป่วยในช่วงที่มีอาการ โดยหากจำแนกระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม -วันที่ 3 มิถุนายน แบ่งได้ 1.กลุ่มไม่มีอาการก่อนเดินทาง คิดเป็นร้อยละ 40 2.กลุ่มมีอาการก่อนเดินทาง คิดเป็นร้อยละ 30 3.กลุ่มที่มีอาการวันเดินทาง คิดเป็นร้อยละ 20 4.ไม่ระบุวันเริ่มป่วย คิดเป็นร้อยละ 10

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประมงจังหวัดชี้กลุ่มผู้กระทำประมงผิดกม. 3 อ่าว มีพฤติการณ์คุกคาม-บุกล้อม การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
บทความถัดไปรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอฟริกันได้ที่ตึกแถวย่านประตูน้ำ ทำมาเป็นปีมีเงิน 280 ล.