ยื่นหนังสือถึงที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี ช่วย 4 พันคนไทยในซาอุฯกลับบ้าน พบบางคนติดโควิด อยากกลับมารักษา

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 16 มิถุนายน ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายณัฐพล รอมาลี อายุ 26 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ด้านภาษาอาหรับ มหาวิทยาลัย King Khalid University (คิงส์คอริค) นักเรียนทุนของประเทศซาอุดีอาระเบีย และเป็นบุตรชายของโต๊ะอิหม่ามที่มัสยิด เขตประเวศ กรุงเทพฯ เดินทางเข้าพบ นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายก อบต.ท่าอิฐ และที่ปรึกษานายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เพื่อยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือให้กับนักศึกษาและประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมกว่า 4,000 คน ในประเทศซาอุดีอาระเบียที่ตกค้าง ไม่สามารถกลับบ้านเกิดเมืองนอนได้ในขณะนี้ โดยบางคนป่วยมีเชื้อโควิด-19 อยากกลับมารักษาที่ประเทศไทย เพราะเชื่อมั่นในบุคลากรทางการแพทย์มากกว่าของประเทศซาอุดีอาระเบีย

นายณัฐพลกล่าวว่า ตนเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 พร้อมเพื่อนๆ อีก 40 คน เป็นเที่ยวบินไฟลต์แรกของสายการบินมาเลเซีย โดยต้องทำเรื่องขออาศัยกลับมา และในเที่ยวบินไฟลต์ที่ 2 ที่ 3 มีคนไทยในซาอุฯกลับมาอีกหลายร้อยคน ซึ่งเป็นนักศึกษากว่า 500 คน เดินทางมาแล้วกว่า 400 คน ยังตกค้างอีก 100 กว่าคน รวมคนไทยพุทธที่ไปทำงานอีกทั้งหมดกว่า 4,000 คน ที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้

นายณัฐพลกล่าวว่า อยากขอร้องให้ทางรัฐบาลไทยช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย ตอนนี้หลายคนติดเชื้อโควิด-19 ทุกคนมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เครียด และกังวล หมอก็มีไม่เพียงพอ ได้รับการรักษาที่ช้ามาก รัฐบาลซาอุฯเองยังจัดเที่ยวบินพิเศษไปรับพลเมืองของเขาในประเทศสิงคโปร์กลับบ้าน อยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือแบบนี้บ้าง ตอนนี้ซาอุดีอาระเบียติดเชื้อในประเทศนับแสนคนแล้ว คนไทยทั้งชาวพุทธและอิสลามกว่า 4,000 คน อยากขอโอกาสช่วยเหลือนำพาพวกเขากลับบ้านด้วย

 

ด้านนายปรีดากล่าวว่า จะนำหนังสือที่ได้รับในวันนี้ไปยื่นให้กับรัฐบาลและ ศบค.เพื่อให้ช่วยเหลือคนไทยในประเทศซาอุดีอาระเบีย ตอนแรกตนคิดว่ามีคนไทยเพียงไม่กี่ร้อยคนที่ตกค้าง เพิ่งทราบจากนายณัฐพลว่ามีถึง 4,000 กว่าคน ทั้งชาวพุทธและอิสลาม รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านั้นก็มีตัวแทนชาวอิสลามจากประเทศอียิปต์มายื่นหนังสือถึงจุฬาราชมนตรีผ่านตนเองเพื่อให้ช่วยเหลือในเรื่องเดียวกัน

“สงสารและเห็นใจทุกคนที่อยู่ต่างแดน โดยเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งทุกคนอยากกลับมารักษากับหมอไทยเพราะเชื่อมั่นมากกว่า ดูแลรักษาดีกว่าประเทศต้นทาง แต่ก็เข้าใจว่ารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่อยู่แล้วในเรื่องนี้ ก็อยากฝากให้ช่วยเหลือทุกคนด้วยเพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม” นายปรีดากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon