ศบค.เผย ‘ต่างด้าว’ ลอบเข้าไทยกว่า 3 พันคน บางส่วนเข้าสู่กลางเมืองแล้ว หวั่นแพร่โควิด-19

ศบค.เผย ‘ต่างด้าว’ ลอบเข้าไทยกว่า 3 พันคน บางส่วนเข้าสู่กลางเมืองแล้ว หวั่นแพร่โควิด-19

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่าสำหรับภารกิจนำคนไทยกลับจากต่างประเทศนั้น วันที่ 6 กรกฎาคมนี้ มีทั้งหมด 328 คน มาจากสิงคโปร์ 128 คน และเกาหลีใต้ 200 คน ส่วนวันที่ 7 กรกฎาคม มาจากญี่ปุ่น 160 คน จีน (เซี่ยงไฮ้) 30 คน และจีน (ปักกิ่ง) 30 คน ทั้งนี้ การกลับมาไม่ถึง 500 คน ก็จะเติมนักธุรกิจจากประเทศนั้นเข้าไปในเที่ยวบินด้วย เช่น จีน (เซี่ยงไฮ้) มีนักธุรกิจ 20 คน ส่วนจีนปักกิ่งมีนักธุรกิจ 32 คน พอเข้าเมืองไทยจะอยู่ในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ครบ 14 วัน ส่วนคนไทยกลับมาแล้ว 5.29 หมื่นกว่าคน กลับบ้านได้ 4.38 หมื่นคน พบป่วย 258 คน

“ขณะนี้มีคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศผ่านจุดผ่านแดนทางบก และมีต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองผ่านด่าน โดย ศบค.ชุดเล็กได้รับรายงานว่า 1 เดือน มีเข้ามากว่า 3,000 คน ในจำนวนนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ดูแล โดยบางส่วนได้ผลักดันกลับประเทศและบางส่วนที่หลบหนีเข้ามาในกลางเมืองแล้ว ก็เอามาจัดการให้มีที่กักขังให้เขาอยู่ในที่ที่เราจัดไว้ โดยยอดรวมคนไทยที่กลับเข้ามาในประเทศ สะสม 52,957 คน และกลับบ้านแล้ว 43,849 คน ในจำนวนนี้ติดเชื้อ 258 คน และรักษาหายแล้ว 193 คน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงวันหยุดยาวที่มีหลายพื้นที่จัดกิจกรรมหรือมีผู้เดินทางไปเที่ยวอย่างหนาตา ทาง ศบค.จะมีการจัดการอย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในส่วนนี้มี 3 ภาคส่วนร่วมกัน ได้แก่ ประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้เข้าไปกำกับควบคุม/ตรวจสอบ โดยกิจการ/กิจกรรม ในขณะนี้มีความเสี่ยงสูงมาก แม้จะไม่มีการรายงานผู้ป่วยในไทยมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผู้ติดเชื้ออยู่ในประเทศไทยหรือไม่ เนื่องจากมีผู้ลักลอบข้ามแดนเข้ามาแบบผิดกฎหมายและเข้ามาถึงกลางเมืองแล้วกว่า 3,000 คน อาจเป็นเหตุนำเชื้อเข้ามา สิ่งที่จะเป็นวัคซีนในขณะนี้คือหน้ากากอนามัย ล้างมือ และเว้นระยะห่าง ดังนั้น ประชาชนการ์ดต้องไม่ตก ผู้ประกอบกิจการ/กิจกรรมที่ต้องการเปิดให้เป็นปกติ แต่จะต้องเป็นการเปิดแบบวิถีใหม่ เพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อในกิจการ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าใช้บริการ และผู้ที่เข้าไปติดตามกำกับควบคุม จะต้องมีการใช้แพลตฟอร์ม “ผู้พิทักษ์ไทยชนะ”

“ล่าสุดมีการลงทะเบียนผู้พิทักษ์ไทยชนะจาก ศปม.จำนวน 17,000 คน ลงทะเบียนได้แล้วกว่า 16,000 คน จากกรมควบคุมโรค มีจำนวน 27 รายงาน จากกระทรวงมหาดไทย 59 จังหวัด มีประมาณกว่า 40,000 คน ลงทะเบียนได้แล้วประมาณ 24,000 คน ที่เหลือจะมีการติดค้างในระบบ เนื่องจากมีการตรวจสอบที่ค่อนข้างละเอียด” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

โฆษก ศบค.ยังกล่าวถึงแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ว่ามีกิจการลงทะเบียนแล้ว 2.62 แสนร้าน ประชาชนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น 6.23 แสนคน

“เราต้องการความร่วมมือ แม้จะยังไม่มีการติดเชื้อในระบบประเทศไทย แต่เรายังไม่มีวัคซีนในร่าง แต่แอพพ์จะเป็นเหมือนวัคซีนภายนอก หากติดเชื้อจะมีการแจ้งเตือนโดยเร็ว ขอให้พกพาไว้ ทั้งนี้ จากการตรวจในจุดต่างๆ ก็ได้รับความร่วมมือสูงขึ้นเรื่อยๆ บางที่ยังไม่สวมหน้ากากอยู่บ้าง ต้องช่วยกัน การ์ดตกไม่ได้ ซึ่งจากการสำรวจของสวนดุสิตโพล 1,109 คน พบว่า คนกังวลลดลงร้อยละ 52.93 กังวลเหมือนเดิม ร้อยละ 29.94 กังวลมากขึ้น ร้อยละ 4.69 ไม่กังวล ร้อยละ 12.44 เรียกว่า 2 ใน 3 ไม่กังวล อาจทำให้การ์ดตกได้” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

โฆษก ศบค.กล่าวว่า ขณะนี้ ศบค.ลดจำนวนการแถลงลงเหลือเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ โดยวันจันทร์และพฤหัสบดี มีการแถลงที่ทำเนียบรัฐบาล และวันพุธ แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. และในวันอื่นที่เหลือจะมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก “ศูนย์ข้อมูล COVID-19” และเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” ดังนั้น ขอเน้นย้ำว่า คนไทยการ์ดต้องไม่ตก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แห่กลับ! รถรอลงเรือเฟอร์รี่ออกจากเกาะช้าง ติดยาวกว่า 5 กม.
บทความถัดไปแห่เที่ยวสังขละบุรี แน่นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 รถติดยาวหลายกิโลเมตร